กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เผยข้อมูลสถานการณ์ประชากรไทยปีล่าสุด พบสัญญาณอันตราย “เกิดน้อยกว่าตาย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสงครามที่มีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 600 คนต่อปี สะท้อนโครงสร้างสังคมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เร่งรณรงค์แรงงานนอกระบบและอาชีพอิสระทั่วประเทศ วางแผนการเงินผ่านการออมกับ กอช. เพื่อสร้างหลักประกันบำนาญให้ตัวเองในยุคที่พึ่งพาลูกหลานได้ยากขึ้น

วิกฤตเด็กเกิดใหม่ เมื่อ “ที่พึ่งในอนาคต” มีจำนวนลดลง จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี 2568 พบว่าประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่า 5 แสนคนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สวนทางกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีถึง 559,684 คน ส่งผลให้ไทยอยู่ในภาวะ “ตายมากกว่าเกิด” สูงถึง 143,110 คน นอกจากนี้ ข้อมูลจาก สารประชากรมหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2569 ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์รวม หรือจำนวนบุตรเฉลี่ยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีตลอดวัยเจริญพันธุ์ ลดลงเหลือเพียง 0.86 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับที่สากลยอมรับอย่างมาก

เปิดลิสต์จังหวัดเกิดน้อยที่สุดในประเทศ "สมุทรสงคราม" ครองแชมป์

จากการตรวจสอบสถิติรายจังหวัดจากแหล่งข้อมูลข้างต้น พบว่าจังหวัดที่มีจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในประเทศไทย 3 อันดับแรก ได้แก่

  1. จังหวัดสมุทรสงคราม ครองแชมป์เกิดน้อยที่สุดในประเทศ มีเด็กเกิดใหม่เพียง 598 คนในปีที่ผ่านมา (ต่ำกว่า 600 คน)

  2. จังหวัดชัยนาท มีเด็กเกิดใหม่เพียง 986 คนต่อปี

  3. จังหวัดสิงห์บุรี มีเด็กเกิดใหม่เพียง 1,010 คนต่อปี

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของประชากรวัยแรงงานในพื้นที่และการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งส่งสัญญาณว่าในอนาคตอันใกล้ ประชากรวัยทำงานหนึ่งคน จะต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นหลายเท่าตัว

...

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผย อัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนแรงงานนอกระบบทุกคนว่า โมเดล “พึ่งพิงลูกหลาน” ในวัยเกษียณกำลังมีความเสี่ยงสูงขึ้น เมื่อเด็กเกิดใหม่น้อยลง ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าเด็กเกิดใหม่ ทำให้แรงงานหดตัว ส่งผลให้สวัสดิการรัฐถูกกดดัน และบีบให้ทุกคนต้อง “พึ่งพาตนเอง” ด้วยการวางแผนการออมเงิน เพื่อรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ถือเป็นทางรอดเดียวที่มั่นคง

กอช. ทางออกของแรงงานอิสระในยุคประชากรหดตัว เพื่อรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป กอช. ขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15-60 ปี เร่งสร้าง “เงินบำนาญ” ด้วยตัวเองผ่านจุดเด่นของ กอช.

หัวข้อหลัก
รายละเอียดและสิทธิประโยชน์
รัฐช่วยออมเมื่อออมเงิน รัฐบาลจะสมทบเพิ่มให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี (เงื่อนไขตาม พ.ร.บ. กอช.)
ลดหย่อนภาษีเงินออมสะสมสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปี
ความมั่นคงสูงเป็นกองทุนที่มีความมั่นคงสูง เนื่องจากรัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนการลงทุน
เริ่มต้นง่าย ยืดหยุ่นออมขั้นต่ำเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี ไม่บังคับออมเท่ากันทุกเดือน มีมากออมมาก มีน้อยออมน้อย

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิก กอช. สามารถตรวจสอบสิทธิ์ สมัครและส่งเงินออมผ่านแอปพลิเคชัน กอช., myAIS, TrueMoney หรือที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง (ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) รวมถึงเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven) ทั่วประเทศ


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม