“สิริพงศ์” ลงพื้นที่ตรวจระบบคมนาคม จ.ปทุมธานี เตรียมรองรับสถานีรถไฟความเร็วสูงรังสิต พร้อมสั่ง บขส. เจรจาเอกชนเชื่อมหลังคาสะพานลอยอำนวยความสะดวกประชาชน เร่งวางแผนรถโดยสารฟีดเดอร์เชื่อมทุกโหมดการเดินทาง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการให้บริการระบบคมนาคมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบภาพรวมการให้บริการและเตรียมความพร้อมรองรับเมกะโปรเจกต์ระบบขนส่งในอนาคต โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นสถานีเชื่อมต่อสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail)

นายสิริพงศ์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการประเมินข้อจำกัดและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นเมื่อสถานีรังสิตยกระดับเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง รวมถึงศึกษาความพร้อมของรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เป็นแกนหลักในการรับส่งผู้โดยสารเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งผลักดันโมเดลการเดินทาง “รางต่อ ล้อต่อ เรือ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและไร้รอยต่อ

...

อย่างไรก็ดี จากการสำรวจพบว่าโครงสร้างทางกายภาพโดยรอบสถานีรังสิตยังมีข้อจำกัด เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่นและถนนค่อนข้างแคบ จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ที่จะเข้ามาตัดเชื่อม (Feeder) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในการลงพื้นที่ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ขนส่งบริเวณฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซึ่งพบว่ามีการบริหารจัดการค่อนข้างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารการเดินรถ ทั้งระบบตู้จำหน่ายบัตรอัตโนมัติ (Kiosk) และระบบจัดคิวผู้โดยสาร ให้ประชาชนสามารถเลือกเส้นทางก่อนเดินทาง ทำให้ผู้โดยสารสามารถบริหารเวลาของตนเองได้สะดวก ขณะที่ผู้ให้บริการสามารถคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารและจัดรถให้เพียงพอตรงตามเวลาได้ ยอมรับว่า ระบบลักษณะดังกล่าวยังไม่มีการนำมาใช้ในสถานีของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและพัฒนาระบบดังกล่าว เพื่อนำมาปรับใช้ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ เพื่อหาแนวทางยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน ให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเน้นการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และมีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนเข้าถึงได้

หลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า จะเข้าพบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกเขตในจังหวัดปทุมธานี เพื่อรับฟังปัญหาด้านคมนาคม โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางที่ยังมีให้บริการไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ เช่น เส้นทางคลอง 6 และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัด รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะด้านระบบขนส่งในภาพรวม เพื่อนำไปวางแผนพัฒนาเครือข่ายคมนาคมต่อไป

สำหรับแนวทางพัฒนาสถานีขนส่งและพื้นที่เชื่อมต่อกับภาคเอกชน นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า ยังมีความแตกต่างด้านความพร้อมระหว่างพื้นที่ของภาครัฐและเอกชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณสะพานลอยเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟกับศูนย์การค้า ซึ่งบางช่วงมีหลังคาคลุมช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่เมื่อพ้นพื้นที่ดังกล่าวกลับไม่มีหลังคา ทำให้ผู้โดยสารได้รับความไม่สะดวก

...

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เข้าเจรจากับผู้บริหารฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เพื่อขอความร่วมมือขยายหลังคาคลุมสะพานลอยเชื่อมต่อมายังพื้นที่สถานี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและทุกภาคส่วน โดยกรมทางหลวงในฐานะเจ้าของพื้นที่ไม่ได้มีข้อขัดข้องในหลักการ


ส่วนการปรับปรุงพื้นที่ของ บขส. บริเวณดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ของกรมทางหลวงนั้น จะต้องจัดทำแผนพัฒนาในลักษณะชั่วคราว เนื่องจากภารกิจหลักของกรมทางหลวงไม่ได้มีหน้าที่บริหารสถานีขนส่ง แต่เปิดพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ในการให้บริการประชาชน ดังนั้น บขส. จะต้องจัดทำรายละเอียดและเสนอแผนดำเนินการต่อไป

...

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงการวางแผนรองรับการเปิดให้บริการในอนาคตว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาเส้นทางเดินรถโดยสารใหม่ โดยต้องมองภาพรวมของจังหวัดปทุมธานีทั้งหมด เนื่องจากได้รับข้อเสนอจาก สส. ในพื้นที่ว่า ระบบรถโดยสารฟีดเดอร์ที่เชื่อมผู้โดยสารจากชุมชนเข้าสู่สถานีรถไฟหรือจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางยังมีไม่เพียงพอ ทั้งที่จังหวัดปทุมธานีกำลังมีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งสวนสัตว์ ศูนย์กีฬา และสถานศึกษาขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องวางแผนโครงข่ายขนส่งใหม่ พร้อมเชิญผู้ประกอบการภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะการดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่เพียงพอ


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม