เลขาสดช.เผยเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญา TH AI Passport ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะรายละเอียดเยอะ ต้องให้เวลาคณะกรรมการตรวจรับทำงานอย่างรอบคอบ ยอมรับปรับเงื่อนไขเป็นการหักคอเอกชน ส่วนจะนำไปสู่การขอยกเลิกสัญญาหรือไม่นั้น ขอให้รอฟังจากกระทรวงดีอี
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE หรือสดช.) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ถึงความคืบหน้าของการเจรจากับเอกชน ผู้ชนะการประกวดราคาโครงการ TH AI Passport ว่า ในหลักการมีการปรับแก้เงื่อนไขในสัญญาจากการเหมาจ่ายทั้งโครงการมูลค่า 1,600 ล้านบาท เป็นการจ่ายตามที่ใช้ (Pay per Use) ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยปรับลดมูลค่าโครงการได้และเชื่อว่าจำนวนคนใช้น่าจะลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ล้านคนด้วย
“การปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความต้องการของกระทรวงดีอี มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ที่สำคัญคณะเจรจา ซึ่งคือคณะกรรมการตรวจรับมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ระมัดระวังทำให้กระบวนการอาจล่าช้าไปบ้าง ต้องเข้าใจคนทำงาน แต่สดช.ก็ได้เร่งรัดไปให้เร่งดำเนินการให้จบโดยเร็ว”
นายเวทางค์ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการตรวจรับได้หารือกับเอกชนอย่างเป็นทางการไปแล้ว 2 ครั้ง แต่มีการหารือนอกรอบกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอต่อรมว.ดีอีและปลัดกระทรวงเพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไป
ส่วนเมื่อถามว่าการปรับเงื่อนไขเป็นการหักคอเอกชน ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้เอกชนขอยกเลิกสัญญา เนื่องจากโครงการถูกปรับเป็นจ่ายตามที่ใช้ ซึ่งอาจทำให้ค่าตอบแทนได้ไม่เท่าเดิมนั้น นายเวทางค์ ตอบว่า น่าจะเป็นการหักคอเอกชนจริง ส่วนกรณีที่เอกชนอาจขอยกเลิกสัญญาหรือไม่ ขอให้รอฟังข้อสรุปจากกระทรวงดีอีต่อไป ส่วนกรณีที่งบประมาณปี 2570 ของสดช. ที่ขอจัดสรรเพื่อเดินหน้า TH AI Passport ในเฟส 2 ถูกสำนักงานงบประมาณตัดออกทั้งโครงการนั้น นายเวทางค์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ งบประมาณที่ขอไปถูกตัดกว่า 40% อยู่แล้ว
...
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม