สนค. เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. 69 พุ่ง 2.42% สูงขึ้นติดกัน 3 เดือน ผลพวงน้ำมัน-ค่าโดยสารขยับ ดันราคาอาหารจานเดียว 7 เมนูฮิตปรับขึ้นจานละ 5-10 บาท ด้านพาณิชย์คุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
เงินเฟ้อ มิ.ย. 69 พุ่ง 2.42% อาหารตามสั่ง 7 เมนูฮิต ขยับขึ้นจานละ 5-10 บาท
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยประจำเดือนมิถุนายน 2569 ยังคงอยู่ในทิศทางขยายตัว โดยได้รับแรงกดดันหลักจากราคาพลังงานและต้นทุนค่าครองชีพที่ขยับสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาอาหารปรุงสำเร็จในท้องตลาด
เงินเฟ้อ มิ.ย. 69 ขยายตัว 2.42% สูงขึ้นติดต่อกันเดือนที่ 3
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน มิ.ย.69 ว่า เท่ากับ 102.85 เทียบกับเดือน มิ.ย.68 เพิ่มขึ้น 2.42% สูงขึ้นเดือนติดต่อกัน 3 เดือน แต่เริ่มชะลอลง สาเหตุที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงเพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน, ราคาอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่นส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
...
ขณะที่เมื่อเทียบเดือนพ.ค.69 เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.79% และรวม 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 69 เพิ่มขึ้น 1.08% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน มิ.ย.69 สูงขึ้น 1.23% เร่งตัวขึ้นจากเดือน พ.ค.69 ที่สูงขึ้น 0.92% เฉลี่ย 6 เดือน เพิ่มขึ้น 0.79%
สำรวจ 7 เมนูอาหารจานเดียว ปรับขึ้นราคา 5-10 บาททั่วประเทศ
จากการสำรวจราคาอาหารจานเดียว 7 เมนูยอดนิยม รวม 1,535 รายการทั่วประเทศ ซึ่งมีช่วงราคาตั้งแต่ 35-60 บาท ประกอบด้วย
- ข้าวผัด
- ผัดซีอิ๊ว และราดหน้า
- ข้าวหมูแดง
- ข้าวมันไก่
- ส้มตำ
- ก๋วยเตี๋ยว
- ข้าวราดผัดกะเพรา
สำหรับการปรับขึ้นของราคาอาหารปรุงสำเร็จ และราคาอาหารจานเดียวนั้น ผู้ค้าไม่ได้ขึ้นรวดเดียวพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะยังคงแบกรับภาระได้อยู่ในช่วง 1-2 เดือนแรกของการสู้รบในตะวันออกกลาง แต่เมื่อการสู้รบยืดเยื้อ และต้นทุนยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่สามารถรับภาระต้นทุนได้อีกต่อไป จึงทยอยปรับขึ้นในหลายจังหวัดจนขยายเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ที่สำคัญขึ้นแล้วมักไม่ลดตามต้นทุนที่ลดลง อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในเดือนถัดๆ ไป แต่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบในพื้นที่ใดปรับขึ้นสูงเกินสมควร ก็ให้เร่งแก้ปัญหา
แนวโน้มไตรมาส 3 ยังทรงตัวสูง คาดการณ์ทั้งปี 1.5 - 2.5%
น.ส.ณัฐิยา กล่าวต่อถึงแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 3 ปี 69 ว่า จะเป็นบวกต่อเนื่องที่ 2.79% จาก ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน, การปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ, ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้นมากเป็นวงกว้าง แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางประเภทเริ่มลดลง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร, ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น และราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงจากผลกระทบของเอลนีโญ ที่จะต้องติดตามว่าทำให้ฝนน้อยลงมากน้อยเพียงใด
ขณะที่ปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ รวมทั้งต้องติดตามดูสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ที่มีแนวโน้มลดลง หลังมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่แน่ใจว่าจะดีต่อเนื่องหรือไม่
...
ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่มีผลต่อเงินเฟ้อ แต่มีผลต่อการเพิ่มกำลังซื้อประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 69 อยู่ระหว่าง 1.5–2.5% ค่ากลาง 2.0% มีปัจจัยสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 1.5-25% น้ำมันดิบดูไบ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32-33 บาทต่อเหรียญฯ ซึ่งต้องดูราคาน้ำมันต่อ หากลดลง จะมีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีใหม่.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม