กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ ตม. ลงพื้นที่ห้างดังย่านหลักสี่ ตรวจสอบ 2 บริษัทเสี่ยงนอมินีจีน พบพิรุธเส้นทางการเงินและใช้คนไทยบังหน้า เร่งเรียกสอบหลักฐาน หากผิดจริงฟันโทษจำคุก 3 ปี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง  2 ราย ณ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ หลักสี่ กรุงเทพฯ ภายหลังได้รับข้อมูลจากตม.เกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ จึงร่วมกันตรวจสอบว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่

พบพิรุธ 2 นิติบุคคล ส่อใช้คนไทยเป็นฉากหน้า

จากการตรวจสอบบริษัทเป้าหมาย พบพฤติการณ์ที่น่าสงสัยดังนี้

  • รายที่ 1 ธุรกิจที่ปรึกษาทางกฎหมายและบัญชี จดทะเบียนเมื่อ 27 มิ.ย. 2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท (คนไทยถือหุ้น 60% จีน 40%) มีพนักงานไทย 8 ราย และจีน 2 ราย เบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการใช้นอมินี โดยอ้างความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างผู้ถือหุ้นไทยและจีนแต่ไม่มีการจดทะเบียนสมรส เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบอำนาจการบริหารงาน รูปแบบการชำระเงิน และเส้นทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ ตม. กำลังสืบสวน

  • รายที่ 2 ธุรกิจแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศจดทะเบียนเมื่อ 25 ส.ค. 2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท (คนไทยถือหุ้น 51% จีน 49%) เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไม่พบกรรมการบริษัท มีเพียงพนักงานคนไทยที่ระบุว่า ผู้บริหารและผู้สั่งการแท้จริงคือชาวจีน โดยพนักงานไทยมีหน้าที่เพียงรับทำวีซ่า หากเป็นธุรกรรมอื่นจะให้ลูกค้าติดต่อชาวจีนโดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน WeChat และมีการชำระค่าบริการเข้าบัญชีชาวต่างชาติ

...

เร่งเรียกชี้แจง หากผิดจริงโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กรมมีหนังสือแจ้งให้กรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทุน แหล่งที่มาของเงินทุน การบริหารกิจการ และการดำเนินธุรกิจภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากผลการตรวจสอบพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอว่า  ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย กรมจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับความผิดฐานนอมินี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งให้เลิกการประกอบธุรกิจหรือยุติการถือหุ้นที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม