รฟท. ปลดล็อกประวัติศาสตร์ เปิดทางเอกชนร่วมใช้รางรถไฟครั้งแรก เคาะค่าเช่าเริ่มต้น 44 บาท/คัน-กม. หวังลดการผูกขาด เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจโลจิสติกส์ไทย
รฟท.ปลดล็อกเอกชนร่วมใช้ราง คิดค่าโดยสารเริ่ม 44 บาทต่อคัน-กม.
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟทางคู่และทางรถไฟสายใหม่ โดยรัฐบาลรับภาระค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รับผิดชอบการลงทุนจัดหาขบวนรถ การเดินรถ และการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ เมื่อโครงการรถไฟทางคู่ทยอยแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความจุทางรถไฟได้มากกว่า 2 เท่า แต่ รฟท. ยังมีข้อจำกัดด้านการลงทุนจัดหาขบวนรถ ทำให้ยังมีความจุของโครงข่ายเหลืออยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการให้บริการ
พ.ร.บ. ขนส่งทางราง 2568 เปิดทางเอกชนร่วมเดินรถ
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 จึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ทางรถไฟของ รฟท. ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านการขนส่งทางรางให้กับประชาชน และลดการปล่อยให้ทรัพยากรสูญเปล่า
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 รฟท. ในฐานะผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟระหว่างเมือง ได้เผยแพร่ "เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะ ปี 2569" ความยาว 598 หน้า ผ่านเว็บไซต์ของ รฟท. เพื่อเป็นคู่มือมาตรฐานให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาเป็น "ผู้ร่วมใช้ราง" โดยระบุรายละเอียดครอบคลุมตั้งแต่เงื่อนไขการเข้าใช้ หลักเกณฑ์การจัดสรรความจุ ไปจนถึงอัตราค่าใช้ประโยชน์จากราง
...
เปิดพิกัดอัตราค่าเช่ารางรถไฟ
สำหรับอัตราค่าใช้ประโยชน์จากราง (Track Access Charge) ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ดังนี้
ขบวนรถโดยสารร่วมบริการ (ไม่น้อยกว่า 4 คัน) 44 บาท/คัน/กิโลเมตร
ขบวนรถท่องเที่ยว 77 บาท/คัน/กิโลเมตร
ขบวนรถสินค้า 0.2065 บาท/ตัน-กิโลเมตร (คำนวณคูณด้วยน้ำหนักรวมของขบวนรถ และระยะทางที่เดินรถ)
รอ ครม. เคาะบอร์ดจัดสรรเวลา หวังทลายทุนผูกขาด
นายพิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้หลังจาก รฟท.เผยแพร่เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมใช้ทางรถไฟของ รฟท. ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย รฟท.ในฐานะผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน จะต้องบริหารจัดการการใช้รางบนหลักความเป็นกลาง โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ ตามมาตรา 68 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศ และสร้างรายได้จากค่าใช้รางเพื่อนำกลับไปพัฒนาระบบรางในอนาคตต่อไป
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) กล่าวว่าการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะช่วยลดการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมระบบราง โดยเอกสารชุดนี้มีจำนวน 598 หน้า จะทำหน้าที่เป็นคู่มือมาตรฐานที่แจกแจงรายละเอียดทางเทคนิค เงื่อนไข และกฎเกณฑ์การเข้าใช้ทางรถไฟอย่างชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจจะเข้ามาประกอบกิจการเดินรถ สามารถนำข้อมูลไปศึกษา วางแผนการลงทุน และเตรียมความพร้อมในการเข้ามาเป็นผู้ให้บริการเดินรถขนส่งทางรางร่วมกันในอนาคต
"การรถไฟฯ มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเป็นผู้ให้บริการเดินรถที่ได้มาตรฐาน การเปิดประตูสู่การแข่งขันเสรีนี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนในภาคโลจิสติกส์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับประชาชนทั่วไป ที่จะมีทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้าที่หลากหลายขึ้น มีบริการที่ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และได้รับอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้นจากกลไกตลาด" นายอนันต์ กล่าว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม