สนค.คาด ส่งออกไทยปี 69 โตได้ถึง 8% มูลค่า 3.66 แสนล้านเหรียญฯ หรือ 11.70 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับแรงหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี สู้รบตะวันออกกลางคลี่คลาย ภาษีสหรัฐฯคาดไม่สูงเกินไป ส่วนช่วง 5 เดือนปีนี้ ทำได้แล้ว 1.62 แสนล้านเหรียญฯ พุ่ง 17% พร้อมยอมรับ ขาดดุลการค้าต่อเนื่อง ช่วง 5 เดือนขาดดุลแล้วเกือบ 1 ล้านล้านบาท

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกของไทยว่า จากสถานการณ์ล่าสุดเดือนพ.ค.69 ทำให้ สนค.คาดการณ์ว่า มูลค่าการส่งออกไทยทั้งปี 69 จะขยายตัวได้สูงถึง 8% เมื่อเทียบกับปี 68 โดยมีมูลค่า 366,805.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 11.70 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งในรูปของเงินเหรียญฯ และเงินบาท สำหรับการคาดการณ์นี้ เป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น จากเมื่อเดือนเม.ย.69 ที่คาดการณ์ไว้ 3 กรณี คือ กรณีดีสุด ขยายตัว 8% กรณีฐาน ขยายตัว 3% ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด และกรณีต่ำสุด ติดลบ 3%  

...

 “การส่งออกปีนี้ที่วิ่งเข้าใกล้ 8% หรืออาจจะได้ถึง 10% เป็นผลจากการสู้รบในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ช่วยลดความตึงเครียดของเส้นทางเดินเรือและต้นทุนโลจิสติกส์ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ แม้แรงส่งจากการเร่งส่งออกเพื่อหนีภาษีที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บในอัตราสูงขึ้นหลังการเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 สิ้นสุดช่วงปลายเดือนก.ค.นี้นั้น  เริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังมีแรงส่งจากการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่มีแนวเติบโตแข็งแกร่งตามความต้องการของตลาด ขณะที่มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ คาดว่าจะไม่รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ หรืออาจใกล้เคียงกับ 12.5% ถ้าไทยโชคดี ซึ่งเชื่อว่า ผู้ส่งออกไทยสามารถปรับตัวรับมือได้” 

 ขณะที่การนำเข้า คาดว่า จะยังคงขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน เพราะไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของโลก จึงต้องนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก และสินค้าส่วนใหญ่ที่นำเข้าเป็นสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุน ที่นำมาผลิตเพื่อส่งออก รวมถึงสินค้าเชื้อเพลิง  โดยแหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ จีน ไต้หวัน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ เกาหลีใต้ เป็นต้น จึงเป็นสาเหตุทำให้ไทยขาดดุลการค้าจีนเป็นมูลค่าสูงมาโดยตลอด ล่าสุดเดือนพ.ค.69 ไทยขาดดุล 7,429.6 ล้านเหรียญฯ และรวม 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปีนี้ ขาดดุลสูงถึง 36,631.8 ล้านเหรียญฯ แต่กลับกัน ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯต่อเนื่อง โดยเดือนพ.ค.69 ได้ดุล 5,457.5 ล้านเหรียญฯ และช่วง 5 เดือน ได้ดุล 26,976.9 ล้านเหรียญฯ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการฟื้นตัวอย่างจำกัดของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามต่อไป โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะยังคงดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนการส่งออก เร่งปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และเร่งแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า โดยเร่งการส่งออกไปตลาดใหม่ การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายตลาด และสหรัฐฯ จะเจรจาให้ได้อัตราภาษีที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

 สำหรับสถานการณ์ส่งออกไทยเดือนพ.ค.69 มีมูลค่า 34,333.1 ล้านเหรียญฯ หรือ 1.095 ล้านล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ที่ 10.6% เมื่อเทียบเดือนพ.ค.68 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ ที่มีความผันผวนด้านราคา และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 8.6% ส่วนการนำเข้า 40,044.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 1.293 ล้านล้านบาท ขยายตัว 35.1% ดุลการค้า ขาดดุล 5,711.4 ล้านเหรียญ หรือ 198,050 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 5 เดือน การส่งออก 162,085.9 ล้านเหรียญฯ หรือ 5.10 ล้านล้านบาท ขยายตัว 17% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้า 187,295.2 ล้านเหรียญฯ หรือ 5.973  ล้านล้านบาท ขยายตัว 35.6% ดุลการค้า ขาดดุล 25,209.3 ล้านเหรียญฯ หรือ 875,295 ล้านบาท

...

 โดยปัจจัยที่ช่วยผลักดันการส่งออก ยังคงเป็นความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนพื้นฐานด้าน AI และ Data center ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยเร่งจากการนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.69 เพิ่มขึ้นถึง 14.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 แม้กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรลดลง 7.2% ซึ่งเป็นการกลับมาลดลงในรอบ 3 เดือน ส่วนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาจากการนำเข้าสินค้าพลังงาน ทุน และวัตถุดิบ ที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการส่งออกในอนาคต


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม