นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ปรับตัวผันผวน รวมถึงการขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกิดความติดขัด กระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตเม็ดพลาสติกทั่วโลก
จากการติดตามข้อมูลราคาเม็ดพลาสติกประเภท PE, PP และ PET พบว่า ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ประมาณ 27–58% โดย HDPE เพิ่มขึ้น 31% PP เพิ่มขึ้น 50% และ PET เพิ่มขึ้น 58% ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกและสินค้าอุปโภคบริโภคมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มคลี่คลายในเดือนพฤษภาคม 2569 หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลง และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้ดีขึ้น ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกเริ่มปรับตัวลดลง ขณะที่ผู้นำเข้าได้เพิ่มปริมาณการนำเข้าเม็ดพลาสติกมากขึ้นกว่า 39% เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ปริมาณวัตถุดิบมีเพียงพอและช่วยลดแรงกดดันด้านราคา
...
จากการติดตามสถานการณ์ตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติก พบว่าสินค้าสำคัญ เช่น กล่องอาหารพลาสติก ถุงพลาสติกร้อน-เย็น ถุงหูหิ้ว และถุงขยะ ยังคงมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และเริ่มมีการปรับลดราคาจำหน่ายลงแล้ว โดย ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกบางรายการปรับลดลงประมาณ 2–6 บาทต่อกิโลกรัม ได้แก่ ถุงพลาสติกร้อน-เย็น จาก 47 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 42 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 11% ถุงหูหิ้ว จาก 51 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 45 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 12% ถุงขยะ จาก 42 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 40 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 5% นอกจากนี้ ผลจากการที่กรมการค้าภายในได้ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยกำหนดให้เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การติดตามดูแลของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) อย่างใกล้ชิด มีการติดตามสถานการณ์ด้านต้นทุน ปริมาณสต็อก การผลิต การนำเข้า และการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการในทุกระดับ เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าและการฉวยโอกาสปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ส่งผลให้ปัจจุบันปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ไม่เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า ขณะเดียวกันเมื่อสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลาย ผู้ประกอบการสามารถปรับลดราคาจำหน่ายลงได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งภาคธุรกิจและประชาชนผู้บริโภค
ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ก็สะท้อนภาพเดียวกันว่า ราคาบรรจุภัณฑ์เริ่มทยอยปรับลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบที่ผ่อนคลายลง โดยผู้ประกอบการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ในตลาดฐานเพชร จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา ราคาสินค้าบรรจุภัณฑ์ปรับลดลงค่อนข้างมาก บางรายการลดลงลังละ 200–300 บาท โดยเฉพาะกลุ่มกล่องบรรจุอาหาร และแก้วพลาสติกที่บางชนิดปรับลดลงราว 100–200 บาท แม้ว่าปริมาณการสั่งซื้อของลูกค้าจะยังใกล้เคียงเดิม เนื่องจากเป็นสินค้าที่ร้านอาหารและผู้ประกอบการต้องใช้เป็นประจำทุกวัน ขณะเดียวกันทางโรงงานก็ยังสามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง และหากต้นทุนจากโรงงานปรับลดลงอีก ผู้ค้าก็พร้อมทยอยปรับราคาลงตามต้นทุนเช่นกัน
...
“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาเม็ดพลาสติกและราคาสินค้าบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปรับลดต้นทุนวัตถุดิบสะท้อนมายังราคาสินค้าปลายทางอย่างเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนผู้บริโภค โดยคาดว่าราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะทยอยปรับลดลงเพิ่มเติมตามทิศทางราคาพลังงานและราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น” นายฉันทพัทธ์ กล่าว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม