คณะผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยหารือกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์และความร่วมมือด้านการป้องกันโรคสัตว์ โดยญี่ปุ่นเห็นด้วยในหลักการต่อการรับรองระบบแบ่งพื้นที่ปลอดโรคไข้หวัดนกของไทย พร้อมรับพิจารณาการขยายขอบข่ายนำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อโคปรุงสุก รวมถึงสินค้าใหม่ในกลุ่มผลพลอยได้จากสัตว์ปีก

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ตนพร้อมด้วยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และคณะ เดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือด้านการค้าปศุสัตว์กับผู้แทนกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น นำโดย Dr. Kazutoshi Matsuo หัวหน้าเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ (Chief Veterinary Officer : CVO)

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดสำคัญของสินค้าปศุสัตว์ไทย โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคญี่ปุ่นในด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร โดยในปี 2568 ไทยส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ไปยังญี่ปุ่นมูลค่า 67,483 ล้านบาท ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าส่งออก 14,352 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปและไข่ไก่สดยังคงมีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงทางอาหารระหว่างสองประเทศ

...

นายสรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความร่วมมือด้านการค้าปศุสัตว์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยฝ่ายญี่ปุ่นให้การตอบรับที่ดีต่อข้อเสนอของไทยหลายประเด็น ทั้งการเร่งพิจารณารับรองระบบแบ่งพื้นที่ปลอดโรคไข้หวัดนก การรับข้อมูลเพื่อประเมินการขยายขอบข่ายนำเข้าสินค้าปศุสัตว์เพิ่มเติม ตลอดจนการเปิดรับข้อเสนอเกี่ยวกับสินค้าใหม่ที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในอนาคต

ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดของการหารือครั้งนี้ คือ การผลักดันให้ญี่ปุ่นรับรองมาตรการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคไข้หวัดนก หรือ AI Zoning/Regionalization ซึ่งจะช่วยให้ไทยยังสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดโรคได้ แม้จะพบการระบาดในบางพื้นที่ โดยผู้แทน MAFF เห็นด้วยในหลักการและจะเร่งรัดการพิจารณารับรอง ซึ่งจะช่วยสร้างความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าและเสริมความมั่นคงทางอาหารให้กับญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ไทยยังได้เสนอขอขยายขอบข่ายการส่งออกเนื้อสัตว์กีบคู่ปรุงสุก ได้แก่ เนื้อสุกรและเนื้อโค ให้ครอบคลุมสินค้าประเภทเนื้อติดกระดูก เช่น ซี่โครงและขา รวมถึงเครื่องในประเภทลำไส้ ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นจัดเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยง โดย MAFF ยินดีนำข้อมูลของไทยเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสี่ยง และหากผ่านการประเมิน ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าวไปยังญี่ปุ่นได้ในอนาคต

สำหรับการผลักดันการเปิดตลาดเนื้อสุกรแช่เย็น ไทยได้นำเสนอระบบคอมพาร์ทเมนต์ปลอดโรคในสุกร (Compartmentalization System) ที่พัฒนาตามแนวทางขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) โดยฝ่ายญี่ปุ่นชื่นชมความก้าวหน้าของกรมปศุสัตว์ไทยในการสร้างระบบป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ แต่ขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและขอข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติมก่อนพิจารณาในขั้นต่อไป

ขณะเดียวกัน ไทยยังได้หารือการเปิดตลาดและเงื่อนไขการส่งออกผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากสัตว์ปีก ได้แก่ ผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น (Poultry By-products Meal) และขนสัตว์ปีกป่น (Feather Meal) ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสนใจเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ และพร้อมหารือรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในการพัฒนามาตรฐานการผลิตและการส่งออก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ และผลักดันสินค้าปศุสัตว์ไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม

...