ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมผลักดันงานวิจัยสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่านมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 หรือ Thailand Research Expo 2026 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่งานวิจัยและนวัตกรรมต้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การผนึกกำลังของนักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และประชาชน 

โดยจะช่วยต่อยอดองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง เกิดนวัตกรรมที่สร้างรายได้ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Clinical Research: New Growth Engine ของไทยในเวทีโลก โดยเน้นย้ำว่า การวิจัยทางคลินิกเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยจุดแข็งด้านบุคลากรทางการแพทย์ ระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลชั้นนำ 


...

ตลอดจนศักยภาพของนักวิจัยไทย หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยทางคลินิกอย่างครบวงจร จะผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศในอนาคตมุ่งยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม ตลอดจนเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแห่งอนาคต

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การจัดงาน  มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 21 ถือเป็นเวทีสำคัญของประเทศในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สาธารณะ โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยของประเทศ


ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และการกำหนดนโยบายสาธารณะ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระบบวิจัยของประเทศเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศบนฐานองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  

ภายในงานยังจัดเวทีพิเศษ Thailand Clinical Research Hub: Aligning Clinical Research Capacity with New Growth Engine Policy เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก พร้อมการเสวนา 3 เวทีสำคัญ ได้แก่  Thailand's Clinical Research Moment: โอกาส ความเสี่ยง และเจตนารมณ์แห่งชาติ , Closing the Gap: สิ่งที่แต่ละ Stakeholder ทำได้จริงเพื่อดึง Sponsor มาไทย


 

และ The Operational Reality: คนหน้างานบอกว่าอะไรปลดล็อกศักยภาพไทยได้จริงใน 3 ปี ก่อนปิดท้ายด้วยการนำเสนอทิศทาง  Charting the Course: ทิศทาง Clinical Research ไทย 2026–2029 เพื่อกำหนดหมุดหมายการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกระดับภูมิภาคและระดับโลก

โดยไฮไลท์ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นจากเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศกว่า 1,000 ผลงาน ที่สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง อาทิ ผลงานโครงการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านของเล่น หุ่นกระบอก และหุ่นยนต์ สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อเผยแพร่ในเทศกาลหุ่นโลก 2024 โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) 

...

ผลงาน RakYim รักยิ้ม แพลตฟอร์มสุขภาพช่องปากดิจิทัลขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อขยายการเข้าถึงบริการทันตกรรมในประเทศไทย โดยกรมอนามัย ผลงานรูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ความเข้มแข็งของชุมชนบ้านหนองบัวชุม จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยกรมการพัฒนาชุมชน รวมถึง ผลงานการประยุกต์นวัตกรรมการตรวจสอบโซลาร์ฟาร์มด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีผลงาน พลังเคย : อาหารพื้นถิ่น สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารโลก” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผลงานเตียงป้องกันแผลกดทับและภูมิแพ้ โดยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผลงานนวัตกรรมฟื้นฟูแผลเรื้อรังในแมวด้วยการใช้สเต็มเซลล์ร่วมกับเกล็ดเลือดเข้มข้นในเคสที่รักษายากและดื้อยา โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 


ตลอดจนผลงาน นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นและส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น ซึ่งล้วนสะท้อนพลังของงานวิจัยและนวัตกรรมไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

...

สำหรับมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22–23 กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด  Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน