พาณิชย์ ผนึกกำลังชุดเฉพาะกิจจังหวัดตาก ตรวจเชิงลึกกลุ่มเสี่ยง 4 แห่งในจ.ตาก สกัดใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว ถือครองที่ดิน ซื้อ-แปรรูปบุก หลังพบต่างชาติร่วมถือหุ้นกว่า 200 ราย หวังคุ้มครองเศรษฐกิจไทยและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมเดินหน้ามาตรการเชิงรุกตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน หลังพบว่า จังหวัดตากเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการลงทุนของชาวต่างชาติจำนวนมาก จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 4 แห่ง ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจถือครองที่ดิน และโรงงานแปรรูปและรับซื้อบุก ทั้งนี้ ตาก เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้า การขนส่ง และการลงทุนชายแดน จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว
“ได้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท แหล่งที่มาของเงินลงทุน เอกสารทางบัญชี การเสียภาษี และการบริหารจัดการกิจการ เพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติว่าเข้าข่ายการถือหุ้นแทนหรือไม่ ขณะเดียวกัน สำนักงานที่ดินจังหวัดตากได้ร่วมตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตากได้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงลึกในขั้นตอนต่อไป”
...
นอกจากนี้ ยังพบว่า จังหวัดตากมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 3,244 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 14,466 ล้านบาท โดยอำเภอแม่สอด มีนิติบุคคลตั้งอยู่ถึง 2,080 ราย หรือ 64% ของนิติบุคคลทั้งหมด จากการวิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้น พบว่า นิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นกับคนไทยไม่เกิน 49.99% มีจำนวน 224 ราย กระจุกตัวอยู่ในอำเภอแม่สอด 203 ราย ขณะที่นิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป มี 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งอยู่ในอำเภอแม่สอดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากพบว่าคนไทยเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในนาม ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ หรือใช้เงินทุนของชาวต่างชาติในการซื้อหุ้น อาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
“การตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดตาก เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกของกรมในการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ที่การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศขยายตัวรวดเร็ว การปราบปรามนอมินีไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับการลงทุนของไทยในระยะยาว”
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม