ผู้สื่อข่าวรายงาน ผลการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (บอร์ดกกพ.) ว่า ที่ประชุม ได้พิจารณาผลการเปิดรับฟังความเห็นข้อเสนอ การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า 4 กรณี หลังจากได้เปิดรับฟังความเห็นไปแล้ว ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย. ที่ผ่านมามีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 600 ราย ความเห็น 60% ไม่ได้เทไปทางกรณีใดกรณีหนึ่ง มีความเห็นที่หลากหลายประเด็น กกพ.จึงเห็นควรพิจารณาข้อมูล และข้อคิดเห็นต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกรอบกฎหมาย หลักการกำกับกิจการพลังงาน และเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม ส่วนอีก 40% ไม่เลือกสูตรใดเลย
ทั้งนี้จะมีการประชุมบอร์ด กกพ. จะนำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งในการประชุม วันที่ 17 มิ.ย. ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยค่าไฟฐานใหม่ ยังไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งถ้าสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุป และรายงานรมว.พลังงานรับทราบเรียบร้อยแล้ว คาดว่า จะมีผลบังคับใช้รอบบิลเดือนก.ค. นี้ แต่ถ้ายังติดปัญหาอยู่ ก็ต้องเลื่อนการประกาศใช้ต่อไป
สำหรับการ ปรับสูตรค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า จะเป็นค่าไฟฐาน ที่ใช้ไปอีกอย่างต่ำ 4 ปี โดยค่าไฟฐานใหม่นี้ ยังไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่าเอฟที ที่มีการคำนวณปรับทุก ๆ 4 เดือน ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% และค่าบริการรายเดือน เป้าหมายครั้งนี้ของรัฐบาล เพื่อช่วยบรรเทาลดรายจ่ายให้กับกลุ่มผู้ใช้รายย่อย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยโครงสร้างการคำนวณค่าไฟใหม่ ยังเป็นแบบขั้นบันไดเช่นเดิม แต่จะมีการปรับตัวเลขในแต่ละช่วงให้แตกต่างจากเดิม โดยผู้ใช้ไฟน้อย
...
ขณะเดียวกัน การเปิดรับฟังความเห็นที่ผ่านมาใน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า ในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า โดย 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม