ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจบอลโลก 2026 พบถ้ามีถ่ายทอดสด เงินสะพัด 6.8 หมื่นล้านบาท ลดลงจากบอลยูโร 2024 เหตุคนกังวลเศรษฐกิจ แต่จำนวนเป็นเงินพนันทุกช่องทางมากถึง 4.7 หมื่นล้านบาท เหตุคนพนันด้วยจำนวนเงินเพิ่มขึ้น และเข้าถึงพนันง่ายขึ้น หนำซ้ำยังใช้เงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” มาใช้จ่ายด้วย แต่หากไม่มีถ่ายสด เงินสะพัดเหลือ 5.7 หมื่นล้านบาท แต่เงินพนันยังสูงถึง 4.5 หมื่นล้าน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิมยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมและการใช้จ่าย ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมไทย ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย - 19 ก.ค.69 ว่า หากไทยมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน จะมีมูลค่าการใช้จ่าย 68,635.62 ล้านบาท ลดลง 21.7% เมื่อเทียบกับฟุตบอลยูโร 2024 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 87,620 ล้านบาท ใน จำนวนนี้เป็นเงินสะพัดนอกระบบเศรษฐกิจ (พนัน) สูงถึง 47,574 ล้านบาท ลดลง 29% และเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจเพียง 21,061.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4%
...
“การพนันฟุตบอล แม้ยังมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูง แต่ปีนี้ประเมินอยู่ที่ประมาณ 47,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงฟุตบอลยูโรที่เคยสูงถึง 67,000 ล้านบาท ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการเข้มงวดปราบปรามการพนันมากขึ้น”
แต่หากไม่มีการถ่ายทอดสด มูลค่าการใช้จ่ายจะลดลงเหลือ 57,660 ล้านบาท ลดลง 34.2% แต่เงินพนันยังอยู่ในระดับสูงถึง 45,195 ล้านบาท และเงินใช้จ่ายในระบบเหลือเพียง 12,465 ล้านบาท ลดลงถึง 39.4% สำหรับค่าใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ หมดไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งในบ้านและนอกบ้าน, ซื้อไปรษณียบัตรทายผลแข่งขัน, ค่าสมัครแพ็กเกจสตรีมมิง/ดูออนไลน์, ค่าสินค้า/ของที่ระลึกเกี่ยวกับบอลโลก, ค่าอินเตอร์เน็ต/มือถือ, ค่าส่งเอสเอ็มเอสชิงรางวัล, ค่าเดินทางไปดูบอลโลก, ค่าซื้อโทรทัศน์/อุปกรณ์รับสัญญาณ
อย่างไรก็ตาม แม้สัดส่วนของผู้เล่นพนันในบอลโลกปีนี้เมื่อเทียบกับไม่เล่น จะน้อยกว่ามาก โดยไม่เล่นพนันอยู่ที่ 62.3% และเล่นพนัน ทั้งที่เล่นบางนัด เล่นเฉพาะทีมที่ชอบ และเล่นทุกนัด อยู่ที่ 37.7% แต่ส่วนใหญ่เล่นพนันด้วยเงินสด และเป็นจำนวนเงินที่สูงขึ้นมาก โดย 39.1% นัดละ 10,001-50,000 บาท ตามด้วย 19.4% นัดละ 2,501-5,000 บาท, 16.6% นัดละ 5,001-10,000 บาท ส่วนที่เหลือนัดละ ต่ำกว่า 500-2,500 บาท ซึ่งใช้จาก เงินเดือน/ค่าจ้าง, เงินออม, ผู้ปกครอง, โบนัส/รายได้พิเศษ ฯลฯ นอกจากนี้ ผู้ตอบถึง 72.1% บอกว่า เข้าถึงการพนันได้ง่าย อีก 27.2% บอกเหมือนเดิม และ 0.7% เข้าถึงยากขึ้น
“ช่องทางที่เล่นพนันมีหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเล่นกันเองกับเพื่อน/ครอบครัว ไม่มีเจ้ามือ รวมถึงเว็บไซต์/แอปพลิเคชันพนันออนไลน์ เจ้ามือรายย่อยในพื้นที่ ฯลฯ และที่สำคัญ ผู้ตอบมากถึง 66.7% จะนำเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มาใช้จ่ายช่วงบอลโลกด้วย ทั้งใช้บางส่วนและเกือบทั้งหมด อีกทั้งส่วนใหญ่ถึง 48% ยังเห็นว่า โครงการนี้ ช่วยลดค่าครองชีพได้ในระดับปานกลาง อีก 41.2% ช่วยได้มาก และ 10.8% ช่วยได้น้อยมาก”
นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า เมื่อถามถึงความคิดเกี่ยวกับผลกระทบของฟุตบอลโลกปีนี้ ที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า มีทั้งผลบวกและผลลบ โดยผลบวก เช่น กระตุ้นเยาวชนให้สนใจกีฬามากขึ้น ลดความเครียดจากการเรียน/ทำงาน จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ราคาสินค้าที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลกสูงขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ฯลฯ ส่วนผลด้านลบ เช่น หนี้สินเพิ่มขึ้น อุบัติเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์และพักผ่อนน้อย ประสิทธิภาพการทำงาน/เรียนลดลง หยุดงานมากขึ้น อาชญากรรม/โจรกรรมมากขึ้น พนันผิดกฎหมายมากขึ้น
“แม้เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัว 2.8% และมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เข้ามาช่วยกระตุ้นการจับจ่าย แต่ยังเป็นเพียงการบรรเทาค่าครองชีพ ไม่ได้ทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้นมากพอที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาจสร้างบรรยากาศการติดตามได้ แต่ความคึกคักยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของช่องทางถ่ายทอดสดเป็นสำคัญ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรับชมผ่านฟรีทีวี แต่หากมีการถ่ายทอดผ่านสตรีมมิ่ง กลุ่มตัวอย่างจำนวนหนึ่งก็พร้อมจ่ายเพื่อเข้าถึงการรับชม รวมถึงอาจเลือกดูตามร้านอาหารหรือสถานที่ที่มีการถ่ายทอดสด”
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม
...