กรมการค้าต่างประเทศกางแผนดันส่งออก “ข้าว-มันสำปะหลัง” ครึ่งปีหลังลุยจีทูจีจีน 4.6 แสนตัน เจาะตลาดพรีเมียมสหรัฐ ตั้งเป้าโกยยอดทะลุเป้าหมายอย่างละ 7 ล้านตัน  ชี้อานิสงส์ เอลนีโญ ความมั่นคงอาหาร ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นครึ่งปีหลัง

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงแผนผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย ทั้งข้าวและมันสำปะหลังในครึ่งปีหลังปี 69 ว่า ช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.- เม.ย.69) สินค้าทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทำให้ตัวเลขส่งออกชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยไทยส่งออกข้าวได้ 2.17 ล้านตัน ลดลง 9.96% คิดเป็นมูลค่า 1,258 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากผลผลิตข้าวโลกที่มีมาก รวมถึงปัญหาตะวันออกกลาง ทำให้ไม่สามารถขนส่งข้าวไปตลาดหลักอิรักได้ ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลัง มีปริมาณ 1.96 ล้านตัน ลดลง 39.88% มูลค่า 27,662 ล้านบาท  

อย่างไรก็ตาม แผนดำเนินงานขับเคลื่อนการส่งออกข้าวช่วง 6 เดือนหลังของปี 69 ให้ได้เป้าหมาย 7 ล้านตัน กรมมุ่งเน้นกระจายตลาดให้หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย ไฮไลต์สำคัญคือการเร่งผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี กับคอฟโก รัฐบาลจีน

...

ซึ่งยังมีปริมาณข้าวที่ต้องเจรจาตกลงราคาและส่งมอบตามข้อตกลงอีก 460,000 ตัน จากทั้งหมด 500,000 ตัน  นอกจากนี้ยังมีแผนจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์และเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าในเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีน  รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติในต่างประเทศ

ทั้งนี้ แนวโน้มการส่งออกข้าวในครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างเด่นชัด จากปัจจัยบวกเรื่องความต้องการสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศหลังเผชิญความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่มีนโยบายขยายการสำรองข้าวในคลังจาก 3 เดือนเป็น 9 เดือน ทำให้ช่วง 4 เดือนแรกนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้นถึง 350% รวมถึงฟิลิปปินส์ที่มีแนวโน้มนำเข้าข้าวสูงขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคแอฟริกา เช่น แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความภักดีต่อข้าวนึ่งของไทย โดยในช่วง 4 เดือนแรกไทยส่งออกไปแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นถึง 45.00% ทำให้กรมฯ ยังคงเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยในปี 2569 ไว้ที่ปริมาณ 7 ล้านตันตามที่ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

นางอารดากล่าวว่า แผนการผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังในครึ่งปีหลังกรมฯ จะเน้นเชิงรุกผ่าน 2 กิจกรรมหลัก โดยจัดคณะผู้แทนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจาผลักดันการส่งออกแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียมเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร เบเกอรี่ และขนมหวาน สารเติมแต่งอาหาร เครื่องสำอาง กาว และกระดาษ  ช่วงกลางเดือนก.ค.69 และจะมีการจัดงานเสริมสร้างเครือข่ายผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยกับผู้นำเข้าต่างประเทศในไทย ช่วงกลางเดือนส.ค.69  เพื่อผลักดันการส่งออกทั้งปีให้ถึง 7 ล้านตัน

“นอกจากมาตรการรุกตลาดต่างประเทศแล้ว กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับมาตรการภายในประเทศเพื่อกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังโดยเข้มงวดการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันเส้นนำเข้า ณ ด่านศุลกากรชายแดน 25 จุดใน 24 จังหวัด

เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าไม่ได้คุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าของเกษตรกรไทยมีการเพิ่มความถี่ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำด่านนำเข้าสำคัญอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง อาทิ กองทัพภาคที่ 1 ในการสกัดกั้นและป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย”


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม