รฟท. เผยอัยการสูงสุดเห็นชอบร่างแก้สัญญา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” แล้ว รอเอกชนตอบกลับก่อนชง กพอ. 5 มิ.ย. นี้ ขณะที่ “พิพัฒน์” รมว.คมนาคม ยังยืนกรานค้านเงื่อนไขสร้างไปจ่ายไป
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการและรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า ล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาและส่งร่างสัญญาฉบับใหม่ตอบกลับมายัง รฟท. แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีประเด็นข้อสังเกต 18 ประเด็น รฟท.ได้ตอบกลับชี้แจงทั้งหมดแล้ว
โดยเฉพาะประเด็นการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่รัฐบาลกำหนดให้เอกชนคู่สัญญานำไปพิจารณา ที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมระหว่างรัฐและเอกชน คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เพื่อแจ้งเงื่อนไขและหลักการในการแก้ไขมติ ครม. ให้ทางเอกชนได้รับทราบและนำไปทบทวนแล้ว ปัจจุบัน รฟท.อยู่ระหว่างรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากฝั่งเอกชน เพื่อที่จะนำความเห็นดังกล่าวมารายงานที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ก่อนเสนอไป ครม.ตามขั้นตอน
ทั้งนี้ประเด็นข้อสังเกตของอัยการสูงสุดเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นสำคัญอย่างเรื่องการวางหลักประกันโครงการ ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าควรให้รวมหลักประกันทั้งส่วนของหลักประกันสัญญา และหลักประกันเพิ่มเติมไว้ด้วยกัน ซึ่ง รฟท.ได้ชี้แจงกลับไปแล้วถึงประเด็นนี้ โดยหลักประกันทั้งสองส่วนถูกแยกกันมาตั้งแต่ต้น เป็นไปตามมติของ กพอ. เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการ โดยภายหลังชี้แจงอัยการได้รับทราบและไม่ขัดข้อง
...
“ตอนนี้กระบวนการพิจารณาร่างสัญญาฉบับใหม่ ถือว่าได้เห็นชอบจากอัยการสูงสุดไม่ได้มีข้อขัดข้องแล้ว หลังจากนี้ก็จะรวบรวมรายงาน กพอ. และเป็นขั้นตอนการพิจารณาของ กพอ. พร้อมทั้งรอการตอบกลับจากทางเอกชนคู่สัญญาที่กลับไปพิจารณารายละเอียด”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ว่า กรณีกระทรวงคมนาคมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนเป็นสร้างไปจ่ายไป ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอกชน เนื่องจากการแก้ไขหลักการครั้งนี้เป็นข้อเสนอที่เอกชนต้องการนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ดี จากการหารือร่วมระหว่างรัฐและเอกชนเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางเอกชนเข้าใจนโยบายของรัฐบาล และเอกชนต้องกลับไปเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาหาแนวทางอื่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้ หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วค่อยกลับมาหารือกับ รฟท.อีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานในโครงการนี้มีทางออกใหม่ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขนโยบายของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคม ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังคงยืนยันไม่มีนโยบายแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน โดยเฉพาะประเด็นปรับเงื่อนไขการชำระค่าร่วมลงทุนเป็นรูปแบบสร้างไปจ่ายไป โดยภายหลังการตอบกลับของอัยการสูงสุด ซึ่งเห็นชอบร่างสัญญาแก้ไขแล้วนั้น เชื่อว่าทาง รฟท.จะนำข้อมูลมาหารือร่วมกันอีกครั้งในการประชุม กพอ. วันที่ 5 มิ.ย.นี้
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม