นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 2.0% จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่มองว่า GDP จะขยายตัวเพียง 1.5% หลังจากได้รับผลกระทบของสงครามและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ปี 2570 อัตราการขยายตัวมีแนวโน้มชะลอลง โดยคาดว่า GDP ทั้งปีจะอยู่ที่ 1.7% หลังจากที่ในปี 2569 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทำให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 ระบุว่า มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นชั่วคราว ตามราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุน รวมทั้งผลของปรากฏการณ์เอลนีโญและมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล โดยคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 3% และในบางเดือนเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงเกิน 5% จากพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทเพื่อใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงสุดที่ 5.2% ในเดือน ต.ค.ปีนี้

...

ขณะที่ในปี 2570 คาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงอยู่ที่ประมาณ 1.4% จากราคาพลังงานที่คาดว่าจะลดลงหลังสงครามตะวันออกกลางยุติ

อย่างไรก็ตาม นายวิทัย ย้ำว่า ธปท. ไม่ได้กังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เพียงแค่ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นตามคาดการณ์เท่านั้น เนื่องจากมองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 2570 และเข้าสู่กรอบ 1-3% ดังนั้น จึงประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะยังคงอยู่ในระดับ 1.0% ต่อไป โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะมีการประชุมเพื่อตัดสินนโยบายดอกเบี้ยครั้งต่อไปในวันที่ 24 มิ.ย. 2569 และ ธปท. ยังคงยืนยันว่าไทยไม่ได้มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation

นอกจากนี้ ธปท. ยืนยันว่า ไม่ได้กังวลกับภาวะขาดดุลคู่ขนาน หรือ Dual Deficit ที่จะมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกับการขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนเม.ย. 2569 ที่ 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ มองว่าจะเป็นภาวะชั่วคราวที่เกิดขึ้นจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ประเมินว่าดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2569 มีโอกาสเข้าใกล้ระดับศูนย์ หลังจากที่ดุลการค้ามีแนวโน้มกลับมาเกินดุลในไตรมาส 4 ของปีนี้ พร้อมกับประเมินว่าการส่งออกของไทยในปีนี้ จะยังเติบโตได้ดีอยู่ที่ประมาณ 12-13% จากคาดการณ์เดิมที่มองว่าจะขยายตัว 8.1%


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม