กระทรวงการคลังเตือนร้านค้าเดิมกว่า 3.4 แสนราย เร่งกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้พร้อมเปิดรับสแกนจ่ายเงินทันวันที่ 1 มิ.ย. 2569 นี้

คลังจี้ร้านค้าเดิม 3.4 แสนราย เร่งยืนยันแอป “ถุงเงิน”

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสะสมแล้วทั้งสิ้น 1.04 ล้านราย แบ่งเป็นร้านค้าที่สมัครเข้ามาใหม่จำนวน 69,582 ราย และกลุ่มร้านค้าเดิมจำนวน 977,000 ราย

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าในส่วนของร้านค้าเดิม ได้กดยืนยันเข้าร่วมโครงการสำเร็จแล้ว 693,000 ราย แต่ยังมีร้านค้าอีกกว่า 340,000 ราย ที่ยังไม่ได้กดยืนยันสิทธิ กระทรวงการคลังจึงขอแจ้งเตือนให้ร้านค้ากลุ่มดังกล่าว เร่งดำเนินการกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยด่วน เพื่อให้ระบบพร้อมสำหรับการเปิดรับสแกนเงินใช้จ่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

เปิดสถิติร้านค้าเข้าร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส”

จากข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ พบว่าประเภทร้านค้าที่ให้ความสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 595,139 ราย
  • ร้านค้าทั่วไป จำนวน 274,334 ราย
  • ร้านธงฟ้า จำนวน 160,702 ราย

นอกจากนี้ เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุดถึง 203,407 ร้านค้า รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร 156,144 ร้านค้า และปริมณฑล 153,028 ร้านค้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในอดีตที่ต้องการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านอาหารสตรีทฟู้ดในระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึง

...

วิธียืนยันสิทธิและไทม์ไลน์สมัครเข้าร่วมโครงการ

กระทรวงการคลังยังคงเปิดรับลงทะเบียนร้านค้าอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งกลุ่มการดำเนินการดังนี้

  • ร้านค้าเดิม (จากโครงการคนละครึ่ง พลัส) สามารถเข้ามากดลงทะเบียนและยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ
  • ร้านค้าใหม่ สามารถเตรียมเอกสารและหลักฐานไปติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย เพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (เดลิเวอรี) สำหรับร้านที่ขายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จะเริ่มเปิดรับสมัครและผูกระบบกับแพลตฟอร์มได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่ต่อยอดจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเดิม โดยมุ่งหวังที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน และเสริมสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยในระบบเศรษฐกิจ