นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามแผนงานของหน่วยงานด้านการบินในพื้นที่ท่าอากาศยานหัวหิน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมมอบนโยบายยกระดับขีดความสามารถท่าอากาศยานหัวหิน เร่งแก้ปัญหาด้านเทคนิคทางวิ่งให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ควบคู่กับการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ยกระดับบริการผู้โดยสาร โดยมี นายดนัย เรืองสอน อธิบดี ทย. นายธนิต วงศ์ปิยนันทกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ นายสุรชัย หนูพรหม รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. นางสาววราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทน ผู้ว่าการ สบพ. นายขจรพัฒน์ มากลิ่น รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สายงานกำกับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือน นำเสนอภารกิจและร่วมตรวจราชการ
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ท่าอากาศยานหัวหินมีอาคารที่พักผู้โดยสารรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง ความยาวทางวิ่งขนาด 2,100 x 35 เมตร ลานจอดสามารถรองรับอากาศยาน A320 หรือ B737-800 ได้ 2 ลำในเวลาเดียวกัน ที่ผ่านมาในปี 2561 – 2563 เคยรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศสายการบินแอร์เอเชีย เบอร์ฮัด เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ - หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ และหยุดให้บริการเนื่องจากสถานการณ์โควิด – 19 ปัจจุบันมีสายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้บริการเส้นทาง เชียงใหม่ - หัวหิน - เชียงใหม่ วันละ 1 เที่ยวบิน ทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์ ทั้งนี้ ทย. พร้อมดำเนินการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกำหนดของ กพท. และตามมาตรฐานสากล โดย ทย. จะดำเนินการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวด้านธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวในอนาคต สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานหัวหิน ทย. เร่งดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ถนนและอุโมงค์รถไฟ คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2569 นี้
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า บวท. พร้อมยกระดับการบริหารน่านฟ้า ขับเคลื่อนไทย สู่ World-class Aviation Hub โดยดำเนินมาตรการลดภาระต้นทุนของสายการบินควบคู่กับการบริหารการเดินอากาศให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ นำระบบการบริหารจัดการความคล่องตัวจราจรทางอากาศ หรือ Air Traffic Flow Management (ATFM) มาใช้งาน เพื่อลดความล่าช้าเที่ยวบิน และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของอากาศยาน เป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการสายการบิน ในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินที่เผชิญความผันผวนด้านพลังงาน นอกจากนี้ บวท. ยังเร่งพัฒนาการบริหารจัดการห้วงอากาศและเส้นทางบิน และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การนำระบบติดตามอากาศยานด้วยดาวเทียม (ADS-B) ระบบหอควบคุมจราจรทางอากาศดิจิทัล (Digital Tower) ระบบการส่งข้อมูลข่าวสารการบินผ่านเครือข่ายคลาวน์อัตโนมัติ (System Wide Information Services : SWIM) เข้าใช้งาน เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางการบิน รองรับปริมาณจราจรทางอากาศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ให้เชื่อมโยงการเดินทางอากาศแบบไร้รอยต่อ ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหิน มีเที่ยวบินพาณิชย์ภายในประเทศ จำนวน 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์) อากาศยานฝึกบินขนาดเล็ก ของ สบพ. อากาศยานส่วนบุคคล อากาศยานเช่าเหมาลำ และอากาศยานทั่วไป รวมถึงอากาศยานของส่วนราชการ อากาศยานทางการทหาร อีกประมาณ 70 เที่ยวบินต่อวัน
น.ส. วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กล่าวว่า สบพ. พร้อมพัฒนาศูนย์ฝึกการบินหัวหิน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการบินของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินที่มีศักยภาพรองรับทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ปัจจุบัน สบพ. มีการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกการบินหัวหินและสิ่งก่อสร้างประกอบ พร้อมครุภัณฑ์ วงเงินรวมกว่า 522.5 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการระยะที่ 1 วงเงิน 396.9 ล้านบาท และระยะที่ 2 วงเงิน 125.6 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาศักยภาพการฝึกบิน การซ่อมบำรุงอากาศยานและการพัฒนาบุคลากรด้านการบินอย่างครบวงจร ศูนย์ฝึกการบินหัวหินมีความพร้อมทั้งด้านอากาศยาน เครื่องฝึกบินจำลอง และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยปัจจุบันมีอากาศยานฝึกบินรวม 27 ลำ และเครื่องฝึกบินจำลองหลายประเภท รองรับการฝึกนักบินทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงมีแนวโน้มความต้องการเรียนด้านการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค สบพ. พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับท่าอากาศยานหัวหินสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าจังหวัด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ตัวแทนผู้ประกอบการสายการบิน และโรงแรม เพื่อหารือถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศและการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานหัวหินให้เกิดเป็นรูปธรรม โดย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมรับนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอำเภอหัวหินให้มีศักยภาพควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน สร้างรายได้สู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน.