สศอ. เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน เมษายน หดตัวลงเล็กน้อยที่ 0.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงกดดันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาคการส่งออกยังขยายตัวได้ดี คาดการณ์ภาพรวมตลอดทั้งปีนี้ยังเติบโตได้ 1-2%

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายนที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 92.76 หดตัว 0.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ 56.41%

สาเหตุสำคัญมาจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ

หนี้ครัวเรือนพุ่ง กดดันกำลังซื้อในประเทศ

อีกหนึ่งปัจจัยกดดันที่สำคัญคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงถึง 86.7% ของอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของประชาชนภายในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง อาทิ นมสดพร้อมดื่ม มันฝรั่งทอดกรอบ แฮม และไส้กรอก

ส่งออก-มาตรการรัฐ ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากมาตรการของภาครัฐที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือภาคขนส่งผ่านการอุดหนุนค่าน้ำมัน และการตรึงค่าไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพและบรรเทาภาระต้นทุนของภาคธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

...

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายนมีมูลค่า 25,937 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 27.5% และหากไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมจะมีมูลค่า 24,404 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 29% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน

คาดการณ์ MPI ทั้งปีโต 1-2% พร้อมเปิดกลุ่มอุตสาหกรรมเด่น

สำหรับแนวโน้มดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมตลอดทั้งปีนี้ สศอ. ประเมินว่าจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 1-2% แม้จะมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเข้ามาตีตลาดของสินค้านำเข้า แต่ยังได้รับปัจจัยบวกจากการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนี MPI ในเดือนเมษายน ได้แก่

  • เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัว 19.53% (อาทิ โซดาไฟ คลอรีน และเอทานอล) จากการขยายกำลังการผลิตและการใช้เอทานอลผสมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่เพิ่มขึ้น
  • น้ำตาล ขยายตัว 16.54% (อาทิ น้ำตาลทรายดิบ และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์) สาเหตุหลักจากการปิดหีบที่ล่าช้ากว่าปีก่อน

ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลลบต่อดัชนี ได้แก่ เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป (หดตัว 12.86%) โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากผู้ผลิตชะลอการผลิตตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม