กระทรวงพาณิชย์ นำทัพ 199 ผู้ประกอบการจาก 76 จังหวัดทั่วไทย ขนทัพสินค้าท้องถิ่นบุกงาน THAIFEX 2026 ดันนวัตกรรมอาหาร ยกระดับสู่ตลาดโลก หวังสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

กระทรวงพาณิชย์ ชู 6 กลุ่มสินค้าท้องถิ่น บุก THAIFEX 2026

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ร่วมมือกับภาคเอกชน คัดสรรผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคที่มีศักยภาพและความพร้อมในการส่งออกจำนวน 199 ราย จาก 76 จังหวัด เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก THAIFEX – Anuga Asia 2026 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าท้องถิ่นไทย

สำหรับสินค้าที่นำมาร่วมออกบูธ แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มหลักที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารอย่างครบวงจร ได้แก่

  1. กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป (อาทิ ข้าว ผักและผลไม้สดหรืออบแห้ง สมุนไพรแปรรูป)
  2. กลุ่มอาหารสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป และแช่แข็ง (อาทิ เส้นก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เนื้อสัตว์แปรรูป แกงสำเร็จรูป)
  3. กลุ่มอาหารสุขภาพและออร์แกนิก (อาทิ ข้าวออร์แกนิก โปรตีนจากพืชและแมลง)
  4. กลุ่มเครื่องปรุงรส (อาทิ เครื่องแกง น้ำพริก ซอส)
  5. กลุ่มเครื่องดื่ม (อาทิ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ชา กาแฟ สุราชุมชน)
  6. กลุ่มขนมขบเคี้ยว (อาทิ ถั่วอบ ช็อกโกแลต)

นวัตกรรมอาหาร ตอบโจทย์เทรนด์โลก

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีคุณภาพสูงในทุกภูมิภาค ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้า

...

โดยเน้นการผสมผสานคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม เข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเทรนด์อาหารสำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม (Functional food) เช่น อาหารสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มคนรักสุขภาพ และอาหารสำเร็จรูป ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

โอกาสทองของธุรกิจไทย สู่ Global Supply Chain

การเข้าร่วมงาน THAIFEX 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงสินค้า แต่เป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการระดับภูมิภาคในการเรียนรู้และทดลองตลาด เพื่อยกระดับสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาดโลก นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางการค้าและการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อ (Buyer) และผู้นำเข้าจากทั่วโลก

รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การเปิดโอกาสให้เกิดคำสั่งซื้อและสัญญาซื้อขายจริงในงานนี้ จะช่วยผลักดันให้สินค้าชุมชนของไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global supply chain) ซึ่งจะส่งผลดีต่อการรักษาระดับราคาผลผลิตทางการเกษตร และสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม