พิรงรอง ร่อนจดหมายเปิดผนึก กสทช. แจงความคืบหน้าแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 และ Roadmap ทีวีดิจิทัลปี 2572 เผยวาระค้างพิจารณามานานกว่า 2 เดือน ท่ามกลางการทวงถามจากภาคเอกชน
ล่าสุด ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกชี้แจงข้อเท็จจริงถึงขั้นตอนการดำเนินงานและอุปสรรคที่เกิดขึ้นภายในบอร์ด กสทช. เพื่อสร้างความโปร่งใสต่อสาธารณชน
โรดแมปทีวีดิจิทัล 2572 อนาคตที่เอกชนรอคอย
สำหรับประเด็นที่อุตสาหกรรมสื่อให้ความสนใจอย่างมาก คือการเตรียมตัวก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในเดือนเมษายน 2572 ซึ่ง ดร.พิรงรอง ยืนยันว่าได้มีการเตรียมการผ่านโครงการศึกษาฉากทัศน์ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากยุโรปและไทยเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2567
แต่กว่าผลการศึกษาเรื่องฉากทัศน์ฯ จะได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. ให้นำไปจัดทำ Roadmap ทางทีมงานของสำนักงาน กสทช.ก็ต้องทำการบ้านอย่างหนักและผ่านด่านต่างๆ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ระหว่าง กสทช. และผู้บริหารสำนักงาน กสทช. เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง หรือ การมีมติบอร์ด กสทช.เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปจัดทำข้อมูลฉากทัศน์เพิ่มเติมและกลับมานำเสนอบอร์ดใหม่ภายใน 60 วัน จนท้ายสุดที่บอร์ด กสทช.มีมติในวันที่ 11 กันยายน 2568 รับทราบข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย แนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ตามเอกสารที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำกรอบเวลาและแนวทางการดำเนินการในมิติต่าง ๆ ภายใต้กฎหมายปัจจุบันไปจัดทำรับฟังความคิดเห็นและประเด็นข้อสังเกตจากที่ประชุมไปประกอบการพิจารณาดำเนินการจัดทำ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เพื่อเตรียมการก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในเดือนเมษายน 2572 ทั้งนี้ ได้มีการจัด Focus Group สองครั้งคือเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และ 3 พฤศจิกายน 2568 ก่อนจะนำผลมาเรียบเรียงและนำเสนอเป็นระเบียบวาระ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572 และได้บรรจุวาระเข้าที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 37/2568 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เป็นครั้งแรก
...
ในวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 2/2569 ได้มีการพิจารณาระเบียบวาระ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย ดังกล่าว โดยมติที่ประชุม มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. จัดทำข้อมูลโดยจำแนกประเด็นใน (ร่าง) แผนที่นำทางกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ.2569-2573) ตามความเห็นของที่ประชุม และนำเสนอที่ประชุม กสทช. พิจารณาต่อไป
จากวันที่ 14 มกราคมจนถึงวันนี้ 25 พฤษภาคม วาระนี้ก็ประสบชะตากรรมเดียวกับวาระแผนแม่บทฯ โดยถูกบรรจุไว้คู่กันและต่อเนื่องจากวาระแผนแม่บท หรือ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) มาโดยตลอด
สาระสำคัญของแผน
ในส่วนของร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569–2573 ของ กสทช. มีสาระสำคัญที่มุ่งเน้นการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบและการคุ้มครองผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ สรุปโดยสังเขปได้ดังนี้
1. วิสัยทัศน์และเป้าหมายหลัก
วิสัยทัศน์: มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการสื่อสารที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทย
เป้าหมาย: ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่เข้าถึงได้ มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และปลอดภัย โดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
2. ยุทธศาสตร์สำคัญ
ร่างแผนแม่บทฉบับนี้ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่
1. ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ที่เน้นส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีให้สามารถรองรับการรับชมผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย (Multi-platform) ทั้งแบบภาคพื้นดินและออนไลน์ และสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการโทรทัศน์ดั้งเดิมให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดในยุคที่ผู้บริโภคนิยมรับชมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
2. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความเท่าเทียม ที่เน้นยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไปสู่การคุ้มครองจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง และเนื้อหาที่เป็นอันตราย การหลอกลวงออนไลน์ และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบางและผู้พิการให้มากขึ้น
3. ยุทธศาสตร์การกำกับดูแลเชิงรุก ที่เน้นปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้มีความยืดหยุ่น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรมและเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม สร้างความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลเนื้อหา กับเสรีภาพในการแสดงออก
4. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เน้นผลักดันให้กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริม Soft Power ของไทยสู่ตลาดโลกผ่านการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมให้มีทักษะสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
3. ประเด็นที่เน้นเป็นพิเศษ ได้แก่
• การกำกับดูแล OTT (Over-The-Top): ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการภาพและเสียง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในแพลตฟอร์มเดิม
• การสร้างโครงสร้างพื้นฐานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่มีความมั่นคงและเข้าถึงได้สำหรับประชาชน
• การส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพ ผ่าน การสนับสนุนการผลิตรายการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะดิจิทัล และค่านิยมที่ดีของสังคม และสื่อที่วางใจพึ่งพาได้ของสังคม
โดยสรุปแผนแม่บทฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลแบบดั้งเดิม (ที่เน้นเฉพาะสื่อหลัก) ไปสู่การเป็น “ผู้สนับสนุนระบบนิเวศสื่อดิจิทัล” ที่เน้นความปลอดภัย คุณภาพที่เชื่อถือได้ การแข่งขันที่เป็นธรรม การเข้าถึงได้ของสาธารณะและการใช้ประโยชน์จากสื่อเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในฐานะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
...
สำหรับ แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทยมีตัวอย่างประเด็นที่ต้องพิจารณาในการจัดทำแผนที่นำทางสู่ปี 2572 ครอบคลุมถึงหัวข้อเหล่านี้ (ดูภาพประกอบ)
• การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการแพร่ภาพกระจายเสียง/โทรคมนาคม
• โครงข่าย/MUX
• จำนวนและประเภทของช่องรายการ
• วิธีการเข้าสู่การเป็นผู้รับใบอนุญาต (ประมูลหรือไม่)
• กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ต้องมีการแก้ไขบางมาตราหรือไม่)
• หลักเกณฑ์ การกำกับดูแล
• การส่งเสริมเทคโนโลยีและการเพิ่มช่องทางในการรับชม
• กฎ Must Carry/ Must Have
• การทำระบบ Rating
ประเด็นทั้งหมดนี้ จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาและกำหนดกรอบเวลาการศึกษาและออกแบบแนวทางอย่างชัดเจนโดยเร็วและอย่างรอบคอบเพื่อสร้างความมั่นใจในแง่ของความต่อเนื่องทางธุรกิจ การลงทุนในอุตสาหกรรม การจ้างงาน ตลอดจนการปรับเปลี่ยนและเตรียมพร้อมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กสทช.ยังต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอันจะนำไปสู่นิเวศสื่อในรูปแบบใหม่ ซึ่งแม้จะมีความหลากหลายแต่จำเป็นต้องสร้างให้มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือและเป็นหลักยึดได้สำหรับสังคมที่แวดล้อมไปด้วย disinformation ยิ่งไปกว่านั้น กสทช.ต้องพยายามรักษาพื้นที่สาธารณะในสื่อโทรทัศน์ และดำเนินนโยบายให้โทรทัศน์แบบฟรีทีวียังคงเป็นช่องทางหลักหนึ่งในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนในวงกว้าง เสมือนเป็น safety net ด้านข้อมูลข่าวสารสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม
...