นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกรณีไลฟ์สดอนาจาร ว่าวันนี้ (25 พ.ค.69) ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง คลาร่า โก๊ะ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำสิงคโปร์และภูมิภาคอาเซียน ของบริษัท เมต้า (Meta) บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ภายหลังเกิดกรณีไลฟ์สดลามกอนาจารบนโซเชียลมีเดียเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประชุมร่วมกันนานกว่า 2 ชั่วโมง
โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินคดีกับทั้งผู้ไลฟ์ ผู้แชร์ และตรวจสอบความรับผิดของแพลตฟอร์มตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 15 ที่ขณะนี้ให้ บ.เมต้า ส่งรายละเอียดชี้แจงเพิ่มใน 3-5 วัน รวมถึงเตรียมยกระดับกฎหมายให้แพลตฟอร์มต้อง “รับผิดร่วม” ต่อการกระทำผิดทุกประเภทบนระบบของตน
รมว.ดีอี ระบุว่า กระทรวงดีอีและทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการทำงานร่วมกันตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารเมต้า เข้าหารือเพื่อหามาตรการรับมือและแนวทางดำเนินคดี แต่ปัจจุบันประกาศกระทรวงภายใต้มาตรา 15 ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดให้แพลตฟอร์มมีเวลา 24 ชั่วโมงในการนำคอนเทนต์ที่ผิดกฎหมายออก หากดำเนินการทันเวลาก็อาจได้รับการยกเว้นความรับผิด แต่มองว่า ตามกฎหมายที่กำหนดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่สอดคล้องกับโลกออนไลน์ในปัจจุบัน และเตรียมปรับเกณฑ์ใหม่ให้แตกต่างตามลักษณะความผิด เช่น คอนเทนต์อนาจาร สแกมเมอร์ หรือคอนเทนต์กระทบความมั่นคง ซึ่งอาจลดเวลาลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
...
โดยรัฐบาลเตรียมปรับปรุงกฎหมายที่เดิมกำหนดให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดเฉพาะกรณีหลอกลวงทางการเงิน ให้ครอบคลุมการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทบนทุกแพลตฟอร์ม หากผู้ให้บริการละเลยหรือไม่มีมาตรการป้องกันเพียงพอ ทั้งนี้ กระบวนการแก้กฎหมายและออกประกาศใหม่อาจใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า เบื้องต้น ทางเมต้าชี้แจงว่า คอนเทนต์ดังกล่าวหลุดระบบตรวจจับเนื้อหาบนโซเชียล หรือ บีไนน์ ทำให้ไม่สามารถตรวจจับได้ตามปกติ เช่น มีลักษณะการนั่งคุยกัน แทรกสลับระหว่างการไลฟ์ รวมถึงมีการสวมใส่หน้ากาก ทำให้เอไอตรวจจับได้ยากจนทำให้ไลฟ์สดต่อเนื่องนาน 7-8 ชั่วโมง แต่คำอธิบายดังกล่าวฟังไม่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนัดประชุมกับเมต้า เพื่อเตรียมหารือแนวทางร่วมกันในเรื่องต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.68) ซึ่งเป็นการนัดล่วงหน้าก่อนเกิดกรณีไลฟ์สดอนาจาร
ด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบการไลฟ์สดลักษณะอนาจารรวม 5 บัญชี ทำให้รูปแบบเป็นขบวนการ แบ่งเป็น 3 บัญชีในวันเสาร์ ที่ 23 พ.ค. และอีก 2 บัญชีในวันอาทิตย์ ที่ 24 พ.ค. โดยทั้งหมดเป็นบัญชีอวตาร ใช้รูปบุคคลหน้าตาดีเป็นโปรไฟล์เพื่อดึงดูดผู้ชม ซึ่งทางเมต้าได้เห็นคอนเทนต์นี้แล้ว แต่ บริษัทเมต้า ยังตอบไม่ได้ว่า ผู้เผยแพร่ต้นทางไลฟ์เกี่ยวอยู่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และถ้าเกี่ยวอยู่ในต่างประเทศ ตำรวจไทยจะประสานกับตำรวจสากลเพื่อดำเนินการเอาผิด แต่ยอมรับว่าบางประเทศไม่ได้มีกฎหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปลักษณะดังกล่าว แต่ถ้าผู้เผยแพร่ต้นทางอยู่ในประเทศไทยก็จะมีความผิดตามกระบวนการที่ตำรวจจะตรวจสอบอีกที
...
ส่วนเป้าหมายของเผยแพร่คลิปไลฟ์ตามประสบการณ์ของตำรวจเห็นว่า อาจโยงหรือหวังผลต่อการชวนผู้ชมเข้าเล่นพนันออนไลน์ หรือ เอาไลฟ์ไปผลิตเป็นคลิปเผยแพร่ซื้อขายในออนไลน์ หวังผลประโยชน์กันเพิ่มเติม ไม่ใช่การกระทำแบบลักษณะบุคคล เป็นความจงใจทำกันเป็นขบวนการ และเป็นลักษณะฟิชชิ่งเพื่อหลอกเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ไลฟ์และผู้เผยแพร่มีความผิดตาม มาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่นำข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้แชร์ต่อก็เข้าข่ายความผิดเช่นกัน พร้อมเตือนว่า อย่าหลงเข้าไปดูคอนเทนต์จากลิงก์ที่ถูกแชร์ต่อ เพราะอาจเป็นการฟิชชิ่งเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม