คมนาคมส่งสัญญาณบวกหารือคลัง เล็งคลอดมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่ม หวังตรึงดัชนีค่าโดยสารไม่ให้พุ่ง พร้อมจ่อถกเพิ่มสัปดาห์หน้า ลุยเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

คมนาคมส่งสัญญาณบวก เล็งคลอดมาตรการเยียวยาขนส่ง 7 กลุ่ม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งรวม 7 กลุ่ม ได้แก่ รถมินิบัส, รถบรรทุก, รถบัส, รถแท็กซี่ รวมถึงรถจักรยานยนต์และรถตุ๊กตุ๊ก ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น โดยระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม

ในการหารือเบื้องต้น กระทรวงคมนาคมได้รายงานผลการดำเนินงานจากโครงการ "DLT พร้อมซัปพอร์ต" ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ทั้งรถโดยสาร รถบรรทุก แท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการ โดยมีความต้องการให้ภาครัฐดำเนินมาตรการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่เป็นไปในทิศทางบวก

คลังรับลูก หาช่องใช้งบเหลือจ่าย หวังตรึงค่าโดยสาร

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณางบประมาณที่เหลืออยู่ เพื่อนำมาจัดทำมาตรการเพิ่มเติมในการตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อไม่ให้ดัชนีค่าโดยสารเพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อประชาชน

ทั้งนี้ จากเดิมที่มีการประเมินว่าดัชนีค่าโดยสารอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% แต่จากผลการดำเนินการของกรมการขนส่งทางบกในช่วงที่ผ่านมา สามารถตรึงดัชนีค่าโดยสารให้เพิ่มขึ้นในระดับ 10% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่สร้างความพึงพอใจให้กับกระทรวงการคลังเป็นอย่างมาก

...

รุกเปลี่ยนผ่านสู่ "พลังงานสะอาด" เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

นายสิริพงศ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า มาตรการที่กระทรวงการคลังให้กลับไปพิจารณานั้น ยังไม่รวมถึงแผนที่กระทรวงคมนาคมจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ พลังงานสะอาด (Clean Energy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการขนส่งไทย โดยในเบื้องต้น กระทรวงการคลังได้รับทราบแนวทางดังกล่าวและไม่ได้แสดงการคัดค้านแต่อย่างใด ซึ่งจะมีการนำประเด็นนี้เข้าหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า

มาตรการ DLT พร้อมซัปพอร์ต เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 (รวม 42 วัน) โดยมีรูปแบบการจ่ายเงินช่วยเหลือแบบเหมาจ่ายตามประเภทรถ ดังนี้

  • รถโดยสารหมวด 2–3 อัตราเงินช่วยเหลือ 840 – 5,040 บาทต่อคัน หรือ 2 บาทต่อกิโลเมตร (สูงสุด 500–700 บาทต่อวัน)
  • รถบรรทุก (น้อยกว่า 10 ล้อ / รถบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของไม่ประจำทางขนาดเล็ก รวมถึงรถกระบะ) ระยะทางขั้นต่ำ 2,500 กม. รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อคัน
  • รถบรรทุก (ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป / รถบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของไม่ประจำทางขนาดใหญ่) ระยะทางขั้นต่ำ 4,000 กม. รับเงินช่วยเหลือ 6,000 บาทต่อคัน
  • รถแท็กซี่ (ที่จดทะเบียนกับ ขบ.) ระยะทางขั้นต่ำ 2,500 กม. รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาทต่อคัน
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะ รับเงินช่วยเหลือ 840 บาทต่อคัน

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม