กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ สสว. เปิดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” ปักหมุดเดินสาย 6 ภูมิภาค ติวเข้ม 300 กิจการ หวังติดอาวุธธุรกิจไทยโตยั่งยืน
คิกออฟโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” ยกระดับธุรกิจยุคใหม่
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้ประกอบการ SME ไทย
ทางกรมฯ เล็งเห็นว่า ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ ทั้งในแง่การสร้างแบรนด์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการต่อยอดนวัตกรรม เพื่อสร้างจุดแข็งให้ตอบสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายโอกาสทางการค้าให้กว้างไกลยิ่งขึ้น
...
“โครงการนี้ จะส่งเสริมให้ SME ไทยสร้างสรรค์ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้ โดยเฉพาะการนำเครื่องหมายการค้า มาใช้สร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ และผลักดันให้สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” นางอรมน ระบุ
กางแผนโรดโชว์ 6 ภูมิภาค อัดฉีดค่าธรรมเนียม-ดันเข้า Fast Track
สำหรับรูปแบบกิจกรรมหลักภายใต้โครงการนี้ จะเน้นการลงพื้นที่จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SME มากกว่า 300 กิจการ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ราชบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, สงขลา และขอนแก่น โดยมีสิทธิประโยชน์และไฮไลต์สำคัญดังนี้
- การติวเข้มเชิงลึก ให้ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กลยุทธ์การตลาด และแนวทางการสร้างแบรนด์
- ที่ปรึกษาตัวต่อตัว บริการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบสัญจร เพื่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้อง
- อัดฉีดงบหนุน ผู้ประกอบการ 300 คนแรกที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาท
- อนุมัติรวดเร็ว ได้รับสิทธิ์คุ้มครองเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายอย่างรวดเร็วผ่านบริการช่องทางด่วน (Fast Track)
นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจำนวน 150 ราย เพื่อสร้างโอกาสจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ร่วมกับกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า, โมเดิร์นเทรด, ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตรายใหญ่ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวสเกต ซึ่งตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท
เปิดสถิติวิกฤต SME ไทย ฟันเฟืองหลักที่ยังขาดพลังขับเคลื่อน GDP
จากข้อมูลสถิติล่าสุดในปัจจุบัน SME ไทย ถือเป็นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME รวมกว่า 3.28 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของวิสาหกิจทั้งหมดในประเทศ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กลับพบว่า SME ไทยสามารถสร้างมูลค่าคิดเป็นเพียง 34.95% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.72 ล้านล้านบาทเท่านั้น สถิติตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดสำคัญของ SME ไทยในการเข้าถึงตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับตัวสินค้าและบริการ
...
หน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งติดอาวุธทางปัญญาและสร้างความแข็งแกร่งรอบด้าน เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและยกระดับมูลค่าเศรษฐกิจของกลุ่ม SME ให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม