กระทรวงคมนาคมสั่งเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์มักกะสัน สูงสุด 2 ล้านบาท พร้อมเอาผิดอาญา-วินัยผู้เกี่ยวข้อง ลุยแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ สั่งหยุดรถไฟทางไกลเข้ากรุงฯ ขีดเส้นตาย 3 เดือนต้องจบ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 32 ราย พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 

...

โดยนายพิพัฒน์ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเปิดเผยมาตรการเยียวยาและแผนยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งการเยียวยา การดำเนินคดี และการแก้ปัญหาระยะสั้น-ระยะยาว ดังนี้

คมนาคมสรุปการเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคม ชี้แจงถึงมาตรการเยียวยาที่บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน ดังนี้

  • กรณีเสียชีวิต: รับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,090,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย

    • ขสมก.: จ่าย 1,750,000 บาท (ครอบคลุมประกันภัย/พ.ร.บ. 1.5 ล้านบาท ภายใน 7 วัน, เงินจากภาคีเครือข่าย 50,000 บาท และค่าจัดการศพทั้งหมด)

    • รฟท.: จ่าย 340,000 บาท (เงินช่วยเหลือและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่ม 260,000 บาทหลังพิสูจน์ทายาท)

    • นอกจากนี้ ยังมีเงินสมทบพิเศษจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอีก 300,000 บาท

  • กรณีบาดเจ็บ ขสมก. รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000 - 1,000,000 บาท พร้อมเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมรวม 50,000 บาท ด้าน รฟท. มอบเงินเบื้องต้น 5,000 บาท และเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้า ICU)

  • การดูแลต่อเนื่องและผู้ได้รับผลกระทบ โดย ขสมก. รับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกทั้งหมด (เช่น รถยนต์/จักรยานยนต์บริเวณรอบข้าง) และจัดทีมลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจผู้บาดเจ็บทุกวันจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นำเงินสมทบจาก กรมการขนส่งทางราง และ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ

    ฟันอาญา-วินัย ไม่ปกป้องคนผิด ตรวจเข้มแอลกอฮอล์ 100%

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ 

    • ความผิดทางอาญา รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดีพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

    • ความผิดทางวินัย รฟท. และ ขสมก. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะสั่งพักงานทันที

    • ยกระดับความปลอดภัย บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน (Aviation Standard) ตามนโยบายเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยเปลี่ยนจากการสุ่มตรวจ เป็นการปูพรมตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานขับรถสาธารณะทุกคน 100% ก่อนปฏิบัติหน้าที่

    ผ่าแผนแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ เล็งยกเลิกสถานีหัวลำโพง

    ปัจจุบันจุดตัดทางรถไฟสายเหนือและสายอีสาน (8 จุด) ได้ถูกแก้ไขโดยใช้ทางยกระดับสายสีแดงแล้ว เหลือเพียงสายตะวันออก (16 จุด) และสายตะวันตก/ใต้ (3 จุด) ที่ยังรอการก่อสร้าง Missing Link เพื่อป้องกันเหตุในอนาคต กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนและระยะยาว แบ่งตามประเภทการขนส่ง ดังนี้

    ...

    1. รถไฟโดยสาร (ขนส่งคน)

    • ระยะเร่งด่วน ใช้กฎเหล็ก "ไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน" ซิงค์ระบบกับไฟจราจร

    • ระยะกลาง ปรับแผนไม่ให้รถไฟทางไกล/ชานเมืองเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน โดยสายตะวันตก/ใต้ให้หยุดที่สถานีตลิ่งชัน และสายตะวันออกหยุดที่สถานีลาดกระบัง โดยมีรถ ขสมก. รับส่งเชื่อมต่อ พร้อมใช้ตั๋วร่วมดูแลค่าโดยสาร

    • ระยะยาว เร่งสร้างทางรถไฟยกระดับช่วง Missing Link (พญาไท-ยมราช-สถานีกลางฯ) ผลักดันสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นสถานีหลัก และเตรียมยกเลิกสถานีหัวลำโพง

    2. รถไฟสินค้า (ขนส่งสินค้า)

    • ระยะเร่งด่วน สั่งหยุดรถไฟสินค้าเข้าเมือง (ลดได้ 10 ขบวน/วัน) ให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีรอบนอก ห้ามขบวนรถน้ำมันเข้ากรุงเทพฯ ส่วนรถสินค้าจำเป็น อนุญาตเฉพาะช่วงกลางคืนควบคู่กับการใช้ไม้กั้น

    • ระยะยาว พัฒนาถนนวงแหวนรอบที่ 3 (MR10) ให้รถสินค้าวิ่งเลี่ยงเมือง และสร้างศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Multimodal Transport)

    ...


    นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำข้อสั่งการนี้ไปปฏิบัติในระยะเร่งด่วนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมทันที และภายใน 3 เดือน ให้ไปศึกษามาตรการต่างๆ ให้ครอบคลุม ตลอดจนแนวทางรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น  และต้องรายงานผลให้ผมทราบเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเร่งรัดติดตามให้เป็นไปตามแผน และสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่าเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

    อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม