กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการปราบปรามและทลายเครือข่ายนอมินีในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่อง พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเชื่อมโยงบริษัทกว่า 50,000 ราย เตรียมขยายผลดำเนินคดีเชิงลึกและเร่งกวาดล้างเครือข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังร่วมลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี (13 พ.ค.69) กับคณะนายกรัฐมนตรีเพื่อร่วมปฏิบัติการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือนอมินี พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ซึ่งได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติ ที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายไทย โดยได้รับมอบหมายจากท่านนายกฯ ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า    ซึ่งเป็นหน่วยงานตั้งต้นในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เป็นหน่วยงานนำวิถีชี้เป้าให้หน่วยงานราชการอื่นๆ ทำหน้าที่ปราบปรามหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

...

สแกน 5 หมื่นบริษัท โฟกัสแหล่งท่องเที่ยวฮิต

จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทจำกัดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วนที่น่าจับตา ได้แก่:

  • เกาะพะงัน 3,754 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 2,381 ราย

  • เกาะสมุย 12,050 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 8,213 ราย

  • จังหวัดภูเก็ต 29,646 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 11,626 ราย

  • พัทยา (อ.บางละมุง) 33,314 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 19,910 ราย

  • หัวหิน 4,061 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 2,081 ราย

  • จังหวัดกระบี่ 3,587 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 749 ราย

  • จังหวัดพังงา 1,685 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 346 ราย

  • อำเภอปาย 139 ราย ต่างชาติร่วมถือหุ้น 50 ราย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ ระบุว่าจะเร่งตรวจสอบกลุ่มที่มีพฤติการณ์เข้าข่าย "นอมินี" อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริษัทที่ให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม แม้สัดส่วนการถือหุ้นจะไม่เกินกฎหมายกำหนด รวมถึงกรณีที่คนไทยเป็นกรรมการหรือถือหุ้นซ้ำซ้อนในหลายบริษัทอย่างผิดปกติ

โทษหนักคุก 3 ปี ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท

การกระทำในลักษณะอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 36 และ 37 ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 300,000 – 1,000,000 บาท

งัดมาตรการเช็ก "สเตทเมนต์" สกัดนอมินีตั้งแต่ต้นทาง

เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกระดับความเข้มงวดในการจดทะเบียนบริษัท โดยออกคำสั่ง 2 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม และ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา กำหนดให้

  1. ต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) กลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 หรือมีชาวต่างชาติเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ) ผู้ถือหุ้นคนไทยต้องส่งหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามีการลงทุนจริง

  2. หนังสือยืนยันการลงทุน กรรมการที่ขอจดทะเบียนต้องมีหนังสือยืนยันว่าผู้ถือหุ้นทุกคนได้ร่วมลงทุนจริง และไม่ได้เป็นนอมินีให้ต่างชาติ

"สถิติภายหลังออกคำสั่งดังกล่าว ช่วยลดจำนวนนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายนอมินีได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 75% โดยนายทะเบียนจะตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบว่าไม่มีการลงทุนจริง จะปฏิเสธการรับจดทะเบียนทันที" นายพูนพงษ์ กล่าวชี้แจง

...

อย่างไรก็ตาม "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังคงรักษาสมดุลในการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายควบคู่กันไปด้วย" อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม