กรณีรถไฟชนรถประจำทางเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีความคืบหน้าหลายอย่างทั้งกรณีคนขับรถไฟ และคนคุมราง ที่สั่งให้ออกไว้ก่อน และผลการสอบคาดว่าจะสรุปได้ภายในวันที่ 20 พ.ค.69

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวภายหลังการมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมบริษัท รถไฟฟ้า หรือ ร.ฟ.ท. จำกัด ว่า ความคืบหน้านั้นล่าสุด พบว่าคนขับรถไฟมีใบอนุญาตขับขี่ของรฟท. แต่ไม่มีใบอนุญาตทางราง ตาม พ.ร.บ. กรมการขนส่งฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติงาน เพราะยังไม่ได้มายืนยันตัวตนในระบบ ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน แต่สามารถขับได้เพราะมีขับขี่ของรถไฟ กรณีฉี่ม่วง เป็นรายงานเบื้องต้นหลายตัวผลเป็นโพซิทีฟทุกตัว ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามสารเสพติดมีรอบการตรวจ แต่ไม่ได้ตรวจทุกวัน ส่วนการตรวจทุกวันคือการตรวจแอลกอฮอล์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการสุ่มตรวจเท่านั้น แต่ต่อไปนี้ ปูพรมบังคับตรวจหมด ต้องตรวจทุกคนทั้ง รฟท. ขสมก. บขส. ทุกหน่วยที่มีคนขับรถโดยสาร

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางว่าต้องดำเนินคดีทั้งคนคุมราง และผู้ขับขี่ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลสอบสวนและชัดเจนได้ในวันที่ 20 พ.ค.2569

...

“จริงๆ ตอนนี้มีปลดออกหลายคนแล้ว มีตั้งกรรมการหลายคนแล้ว เช่น คนขับรถ คนคุมรางก็ให้ออกไว้ก่อน ไม่ต้องรอถึงวันพุธ ดำเนินการแล้ว” รมช.คมนาคม กล่าว

ส่วนเรื่องเครื่องแบบ หรือยูนิฟอร์มนั้นคนขับรถไฟต้องมี แต่เรื่องนี้เป็นปลีกย่อย วันนี้คนขับผิดแน่นอน ผิดที่สุดแล้ว ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องอื่นไม่ต้องมาพูดกันแล้ว จากวันนี้ไปถือว่าต้องปฏิรูปทั้งระบบ จากไม่ตรวจต้องจับตรวจทุกคนไม่มีข้ออ้างข้อยกเว้น ใครไม่ปฏิบัติตามต้องมีความผิด

ส่วนระยะการเบรก 100 เมตรก่อนเกิดเหตุการณ์นั้น ยืนยันว่าไม่พอ แต่ใครผิดใครถูก อย่างที่เรียนว่าให้การไม่ตรงกัน คนวอลบอกว่าวอลไปไม่ตอบ คนตอบก็บอกว่าเบรกอยู่ไม่ว่างตอบ แต่ก็ต้องมีมาตรฐานการขึ้นอยู่กับความเร็วและน้ำหนัก ต้องปรับปรุง พร้อมสั่งการให้การรถไฟ ปรับปรุงรถขนส่งสินค้าวิ่งกลางคืน เพราะน้ำหนักหนักกว่ารถโดยสาร การเบรก ต้องเผื่อระยะการเบรก


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม