”สิริพงศ์“ ย้ำ ขนส่งทางบก ติดโผถูกร้องเรียน “ถูกเสนอให้” เป็นเพียงหน่วยงานที่ถูกเสนอชื่อ ไม่ได้หมายถึงเจ้าหน้าที่ทุจริตสั่งเร่งลดขั้นตอน-ดันต่อใบขับขี่ออนไลน์เต็มรูปแบบภายในปีนี้หวังลดช่องว่างเรียกรับผลประโยชน์ เพิ่มความโปร่งใสบริการประชาชน
แจงปม "ขนส่งทางบก" ติดโผทุจริต
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption ได้เปิดเผยข้อมูลประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยพบว่าหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมรวม ซึ่งกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ถูกเสนอชื่อด้วยว่า ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การที่กรมการขนส่งทางบกถูกเสนอชื่อ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานมีพฤติกรรมทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์โดยตรง หลายกรณีเป็นการถูกเสนอให้ เพื่ออำนวยคงวามสะดวกและเร่งรัดกระบวนการ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่เรียกรับทั้งหมด แต่เป็นเพราะลักษณะงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต การให้บริการประชาชน และการติดต่อกับภาคเอกชนจำนวนมาก จึงอาจถูกมองว่าเป็นหน่วยงานที่มีความเสี่ยงหรือถูกหยิบยกขึ้นมาได้ง่าย
เพิ่มรอบอบรมใบขับขี่ ลดช่องโหว่ส่วย
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ และเข้าใจได้ว่าในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตหรือการติดต่อราชการต่าง ๆ อาจมีบางกรณีที่ประชาชนต้องการความรวดเร็ว จึงอาจเกิดการเสนอผลประโยชน์หรือพยายามหาช่องทางลัดขึ้นมา ดังนั้น สิ่งสำคัญที่หน่วยงานต้องดำเนินการต่อจากนี้ คือการปรับปรุงระบบบริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากขึ้น เพื่อลดโอกาสในการเกิดปัญหาดังกล่าว
...
ทั้งนี้ ได้มอบแนวทางให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาปรับรอบการอบรมและการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น อาจเพิ่มรอบการอบรมจากเดิมเป็น 5-6 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความพยายามใช้วิธีลัดเพื่อให้ได้รับบริการรวดเร็วกว่าเดิม
ดัน "ต่อใบขับขี่ออนไลน์" เต็มรูปแบบปี 69
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีนโยบายผลักดันระบบออนไลน์ให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะงานด้านใบอนุญาตขับรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อแบบเผชิญหน้า ลดขั้นตอน และลดโอกาสในการเกิดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ โดยตั้งเป้าภายในปี 2569 จะสามารถดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่บางประเภทผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในระยะแรกจะเป็นการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ประจำปีหรือใบอนุญาตทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีการประเมินเพิ่มเติม ขณะที่ใบอนุญาตบางประเภทซึ่งยังต้องมีการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะ ก็ยังจำเป็นต้องเดินทางมาใช้บริการที่สำนักงานขนส่งอยู่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเปิดให้ต่อใบขับขี่ออนไลน์จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการเดินทาง และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนได้อย่างมาก
“หน้าที่สำคัญของหน่วยงาน คือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สร้างความโปร่งใส และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของการให้บริการของภาครัฐ” นายสิริพงศ์ กล่าว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม