กระทรวงคมนาคมกางแผนอัดฉีด 2 หมื่นล้าน หนุนขนส่ง 7 กลุ่ม เปลี่ยนผ่าน EV ชูโมเดลอุดหนุนเงินดาวน์-ดอกเบี้ยคนละครึ่ง-ภาษี 0% จ่อถกคลังสัปดาห์นี้ ปรับรูปแบบเช่าซื้อรถใหม่ ดันแพ็คเก็จจูงใจช่วยเงินดาวน์-ยกเว้นภาษีป้ายรถประจำปี คาดดึงรถหมดอายุกว่า 1 แสนคันทั่วประเทศ เข้าสู่ระบบพลังงานสะอาด
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งในการเปลี่ยนผ่านจากรถที่ใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งรวม 7 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตพลังงานและต้นทุนการเดินรถที่พุ่งสูงขึ้น ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ทันต่อการพิจารณานำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ส่วนการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการที่ไม่ใช่แนวคิดรถเก่าแลกรถใหม่ แต่อาจจะเป็นในรูปแบบการเช่ารถใหม่หรือซื้อรถใหม่ โดยกระทรวงฯ จะเสนอรูปแบบการช่วยเหลือ เช่น การสนับสนุนเงินดาวน์สำหรับการซื้อรถใหม่ การอุดหนุนดอกเบี้ยในลักษณะคนละครึ่งหรือมาตรการทางภาษี เช่น การลดภาษีรถประจำปีให้เหลือ 0% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับความช่วยเหลือครอบคลุมครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ รถแท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, รถเมล์หรือรถบัสโดยสารประจำทาง, รถสองแถว, รถยนต์รับจ้างส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 คน), รถตุ๊กตุ๊กและรถจักรยานยนต์รับจ้าง และกลุ่มรถบรรทุกสินค้า
อย่างไรก็ดีจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าต้องการงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการคลังประมาณ 10,000 - 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถที่กำลังจะหมดอายุการใช้งานตามกฎหมายเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรถอยู่แล้ว โดยตัวเลขรถที่เข้าข่ายมีจำนวนเกือบ 1 แสนคันทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่น รถสองแถวที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 17,000 คัน
...
นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวจะเปิดกว้างให้เข้าร่วมตามความสมัครใจ สำหรับผู้ประกอบการที่รถยังไม่หมดอายุแต่ต้องการเปลี่ยนเป็นรถ EV เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงก็สามารถยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนได้เช่นกัน ส่วนมาตรการขยายอายุการใช้งานรถตู้โดยสารสาธารณะนั้น ปัจจุบันกระทรวงฯไม่ได้มีการขยายเวลามาตรการดังกล่าวแล้วเนื่องจากที่ผ่านมามีการผ่อนปรนและขยายเวลาให้มาหลายครั้ง ขณะนี้มองว่ารถตู้โดยสารถึงเวลาต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้โดยสาร
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม