กรมทางหลวงชนบท แจงมาตรการดับไฟถนนหลัง 22.00 น. เฉพาะเส้นทางรถน้อย ยืนยันทางโค้ง-จุดเสี่ยงเปิดไฟทั้งคืน พร้อมเผยปัญหาโจรขโมยอุปกรณ์ เล็งเปลี่ยนหลอด LED ลดค่าไฟ 40%
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า นโยบายประหยัดพลังงานถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการ โดยในส่วนของ ทช. ได้เริ่มตั้งแต่การลดใช้พลังงานภายในองค์กร เช่น การปิดเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
แจงนโยบายดับไฟถนนหลัง 4 ทุ่ม เฉพาะเส้นทางรถน้อย
ขณะเดียวกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนถนน ได้มีการกำหนดมาตรการชัดเจนให้ไฟถนนทุกดวงต้องเปิดใช้งานอย่างน้อยจนถึงเวลา 22.00 น. หลังจากนั้นจะพิจารณาปรับลดการใช้งานเฉพาะบางช่วงที่มีปริมาณจราจรต่ำกว่า 60 คันต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีรถใช้เส้นทางน้อยมาก
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำอย่างเข้มงวดว่า พื้นที่เสี่ยง อาทิ ทางโค้ง จุดแยก บริเวณชุมชน หรือจุดที่อาจเกิดอันตราย จะต้องเปิดไฟตลอดทั้งคืนโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง โดย ทช. ยังใช้ข้อมูลปริมาณจราจรแบบรายชั่วโมงเข้ามาช่วยวิเคราะห์และบริหารจัดการ เช่น ในบางพื้นที่ของภาคใต้ที่มีการใช้ถนนอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ก็จะมีการกลับมาเปิดไฟฟ้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ถนนของประชาชน
...
โจรอาละวาด ลักลอบตัดสายไฟ-ขโมยหม้อแปลง ต้นเหตุถนนมืด
จากเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่เข้าใจว่าเป็นการปิดไฟมานานแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงหลายจุดเกิดจากปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ โดยเฉพาะสายทองแดงที่ถูกขโมยซ้ำในจุดเดิม แม้จะซ่อมแซมแล้วก็ยังเกิดเหตุซ้ำซาก ล่าสุดยังพบการขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งหม้อแปลงไฟฟ้าแต่ละลูกมีมูลค่าประมาณ 170,000 บาท ทั้งนี้ ทช. ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยมาตรการทางวิศวกรรม เช่น การเทคอนกรีตป้องกันอุปกรณ์ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราในช่วงเวลากลางคืนอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น แม้จะยังไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง
เล็งเปลี่ยนหลอด LED 8 แสนดวง หวังลดค่าไฟ 40%
นอกจากนี้ ทช. ยังมีแผนทยอยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าส่องสว่างเป็นหลอด LED ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม โดยจะเริ่มจากอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและใกล้หมดสภาพก่อน เนื่องจากปัจจุบัน ทช. มีไฟส่องสว่างทั่วประเทศประมาณ 700,000–800,000 ดวง หากต้องเปลี่ยนทั้งหมดในคราวเดียว จะใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล คาดว่า จะเริ่มทยอยเปลี่ยนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2571 เป็นต้นไป โดยจะใช้งบประมาณของ ทช. ควบคู่กับการสนับสนุนจากกองทุนพลังงาน ซึ่งเบื้องต้นมีแนวโน้มจัดสรรงบประมาณเข้ามาช่วยประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม แนวทางการประหยัดพลังงานทั้งหมดของ ทช. นั้น ตั้งอยู่บนหลักการประหยัดพลังงานสูงสุด แต่ต้องไม่กระทบความปลอดภัยของประชาชนโดยเด็ดขาด โดยการบริหารจัดการไฟถนนจะเป็นลักษณะยืดหยุ่นตามสภาพการใช้งานจริง ไม่ใช่การปิดทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 40% ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม