"สิริพงศ์" ลั่น! ไม่ย้ายหมอชิต 2 ไปที่อื่นแน่นอน พร้อมสั่งการให้ บขส. ปรับปรุง สร้างระบบเชื่อมต่อจาก บขส. ไปสถานีกลางบางซื่อ หวังให้ผู้โดยสารเดินทางเชื่อมแบบไร้รอยต่อ หาทางนำงบประมาณกว่า 60 ล้านบาทต่อปี อุดหนุนค่าโดยสารสำหรับกลุ่มเปราะบาง พร้อมผุดแผนเปลี่ยนรถเก่า 157 คันสู่ EV หวังลดต้นทุนระยะยาว เปิดทางเอกชนร่วมวิ่งเส้นทางได้ แนะถกร่วม ขบ. หากสนใจเข้าร่วม “รถเก่าแลกรถใหม่”
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช. คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ว่า ยืนยันว่า ยังไม่มีนโยบายย้ายสถานีหมอชิต 2 ออกจากพื้นที่เดิม แต่ต้องการให้มีการศึกษารูปแบบการเชื่อมต่อกับระบบรางให้ชัดเจนก่อน เบื้องต้นอาจจะสร้างทางเดินเชื่อม รถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) หรือการปรับขยายอาคารเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดต้องรอผลการศึกษาและการออกแบบก่อนตัดสินใจดำเนินการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม มีเป้าหมายจะดำเนินการเชื่อมต่อดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2571
...
“นโยบายของกระทรวงคมนาคมคือ ทำให้ระบบขนส่งทางล้อและทางรางเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียว ประชาชนสามารถลงรถทัวร์แล้ว ต่อรถไฟได้สะดวก หรือเดินทางจากรถไฟมา ต่อรถโดยสารได้ง่ายขึ้น ไม่ได้มีแนวคิดย้ายสถานีออกไปสร้างใหม่ทั้งหมด แต่ต้องดูว่าปรับปรุงพื้นที่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้หรือไม่”
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ยังได้มอบนโยบายให้ บขส. เร่งยกระดับปรับปรุงคุณภาพรถโดยสารและการให้บริการ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนรถโดยสารเก่า เป็นรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจมีการเปลี่ยนรถประมาณ 157 คัน แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมของเส้นทาง สถานีชาร์จ และความคุ้มค่าทางธุรกิจก่อน
ส่วน บขส. จะเข้าร่วมโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หรือไม่นั้น หากสนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไปหารือกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อนจะเสนอไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมรถโดยสาร รถบรรทุก แท็กซี่ รถมินิบัส รถจักรยานยนต์สาธารณะ และรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานสะอาด
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ บขส. ไปศึกษาว่า เส้นทางใดที่ บขส. ไม่ประสงค์จะเดินรถเอง ก็สามารถเปิดให้เอกชนเข้าร่วมได้ โดยจะใช้วิธีเปิดประมูลแข่งขันอย่างโปร่งใส เนื่องจากขณะนี้พบว่า มีภาคเอกชนหลายรายสนใจขอเข้ามาเดินรถในบางเส้นทาง พร้อมทบทวนเส้นทางที่ผู้ประกอบการเดิมถือใบอนุญาตอยู่ หากหมดอายุแล้วไม่มีแผนพัฒนาคุณภาพบริการ ก็อาจต้องนำมาพิจารณาใหม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่ได้มีเป้าหมายจะยกเลิกผู้ประกอบการรายใด แต่ต้องการยกระดับคุณภาพบริการให้ดีขึ้น
...
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดจัดระเบียบรถโดยสารขนาดเล็ก (รถตู้ และรถมินิบัส) ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกับ บขส. เพื่อให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น หลังพบปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด โดยจะให้ ขb. และ บขส. ร่วมกำหนดมาตรฐานราคาเดียวกัน พร้อมกำหนดให้ติดป้ายราคาอย่างชัดเจนและออกใบเสร็จทุกครั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
นอกจากนั้น ในส่วนของ บขส. ที่ประสบปัญหาขาดทุนเฉลี่ยปีละ 140 ล้านบาทนั้น ตนได้มีนโยบายที่จะให้ บขส. เร่งหาแนวทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทาง บขส. รายงานว่า ขณะนี้ทาง บขส. มีแผนการตลาดในการบุกการขนส่งและพัสดุภัณฑ์ ผ่านรถ บขส. มากขึ้น ซึ่งรายได้ส่วนนี้มีกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นรายได้จากการขนส่งและพัสดุภัณฑ์จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหารายได้
...
อย่างไรก็ตาม การขาดทุนของ บขส. ต้องเข้าใจว่า ส่วนหนึ่งการให้บริการของ บขส. ก็มาจากส่วนหนึ่งที่ บขส. จะต้องจ่ายอุดหนุนค่าโดยสารให้กับกลุ่มเปราะบางกว่าปีละ 60 ล้านบาท ดังนั้นตนจะหาวิธีการในการจัดสรรงบประมาณ มาสนับสนุน บขส. เพื่อลดการขาดทุน เนื่องจากส่วนดังกล่าวถือเป็นการบริการของ บขส. เพื่อประโยชน์สาธารณะในการเดินทาง ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาอุดหนุน อาจจะเป็นในปี 2571 เป็นต้น
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม