กระทรวงคมนาคม เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคลียร์ปมพื้นที่และข้อกฎหมาย เดินหน้าแผนส่งมอบอู่รถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ให้ ขสมก. ขีดเส้นตายภายใน 22 พฤษภาคม 2569 เผย “อู่คลองเตย” มีความพร้อมมากที่สุด หวังยกระดับระบบขนส่งสาธารณะไทยสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการจัดหาพื้นที่สำหรับโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ครั้งที่ 4 โดยระบุว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในการส่งมอบพื้นที่อู่จอดรถโดยสาร เพื่อรองรับการดำเนินโครงการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
อัปเดตความคืบหน้าการส่งมอบพื้นที่ 6 อู่รถเมล์ EV
จากการติดตามความคืบหน้า พบว่าแต่ละพื้นที่มีสถานะการดำเนินการที่แตกต่างกันตามขั้นตอนทางกฎหมาย ดังนี้
- อู่คลองเตย มีความพร้อมมากที่สุด โดย ขสมก. ได้ลงนามสัญญาเช่าร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และรับมอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
- อู่ปู่เจ้าสมิงพราย กรมทางหลวงชนบท (ทช.) อนุญาตให้ ขสมก. เข้าใช้พื้นที่แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงนามเอกสารเพื่อชำระค่าใช้เขตทางหลวง
- อู่สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า อยู่ระหว่างการปรับแก้ไขร่างสัญญาในประเด็นด้านอัคคีภัย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย คาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
- อู่เชียงราก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) อนุมัติให้เช่าพื้นที่แล้ว และอยู่ระหว่างการจัดทำใบแจ้งหนี้
- อู่พระราม 9, อู่สถานีเคหะสมุทรปราการ และอู่สถานีคลองบางไผ่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบการใช้พื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
...
เดินหน้ายกระดับขนส่งสาธารณะสู่ระบบพลังงานสะอาด
นายปัญญา ระบุเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานและส่งมอบพื้นที่ให้ ขสมก. ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้โครงการฯ สามารถเปิดใช้งานได้ตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ โครงการจัดหารถโดยสาร EV ของ ขสมก. ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะของไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในเขตเมือง แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน ภายใต้การบริหารจัดการงบประมาณที่โปร่งใส รอบคอบ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม