"สรรเพชญ" รมช.คมนาคม หารือหอการค้าไทย เดินหน้าอัปเกรดโลจิสติกส์-ขนส่งทางน้ำ เร่งสางปัญหารถติดท่าเรือแหลมฉบัง หวังดันไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังให้คณะกรรมการ Logistics & Supply Chain และคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบ ว่า เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเฉพาะการยกระดับการขนส่งทาง ซึ่งกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ข้อเสนอที่ได้รับในวันนี้ทั้งเรื่องการส่งเสริมการขนส่งชายฝั่ง การแก้ไขความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และการผลักดันระบบ Maritime Single Window ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวงฯ พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานและเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
...
ชู 4 ประเด็นเร่งด่วน สางปัญหาท่าเรือแหลมฉบัง
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอประเด็นเร่งด่วน 4 ด้านหลักเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ประกอบด้วย
การส่งเสริมการขนส่งชายฝั่ง (Coastal Transport) พิจารณาปรับลดอัตราค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง A ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดต้นทุนในภาพรวม
การแก้ปัญหาจราจรแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง บริหารจัดการจราจรใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้า ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการสัมปทาน ทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทานของผู้ประกอบการท่าเรือแหลมฉบัง จากเดิมรายปี เป็น 2-3 ปี หรืออย่างน้อย 5 ปี
การผลักดันระบบขนส่งทางน้ำ เร่งรัดการจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชยนาวี และแต่งตั้งคณะกรรมการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมผลักดันระบบ Maritime Single Window
นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมสำหรับข้อเสนอการขุดลอกคลองและบำรุงรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจ ว่า กรมเจ้าท่า (จท.) ได้จัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับขุดลอกร่องน้ำเพื่อบำรุงรักษาและเก็บตะกอนน้ำที่เหลือ ในร่องน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจจำนวน 17 ร่องน้ำให้คงระดับความลึกตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของ กทท. ว่า กทท. จะเร่งดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่และระบบจราจรภายใน ทลฉ. อย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า เพิ่มสภาพคล่อง และยกระดับประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าให้มีความคล่องตัวสูงสุด และจะนำข้อเสนอของภาคเอกชน ไปพิจารณาทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทานให้กับผู้ประกอบการภายใน ทลฉ. ตามความเหมาะสมต่อไป
นอกจากนั้นนายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาด้านโลจิสติกส์จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่เพียงแต่รับฟัง แต่จะนำข้อสรุปจากการหารือในวันนี้ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม
...