“สรรเพชญ” สั่งเดินหน้าสร้าง ท่าเทียบเรือสำราญ “ภูเก็ต-สมุย-พัทยา” พร้อมสั่งผุดท่าเรือขนถ่ายผู้โดยสาร (Tender Boat) ที่จังหวัดสงขลาหวังดันท่องเที่ยวโต พร้อมเร่งสร้างท่าเรืออัจฉริยะในลำน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จเปิดให้บริการในปี 70 ครบ 29 ท่า เร่งขุดลอกร่องน้ำรับฤดูน้ำหลาก
นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช. คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า (จท.) เร่งดำเนินการศึกษาสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ ที่ขณะนี้มีปริมาณการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำด้วยเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เดินทางมาจากทางยุโรปและเอเชีย แวะเข้าประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งนโยบายจะให้เร่งศึกษาและสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวที่ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี , จังหวัดภูเก็ต และที่พัทยา จังหวัดชลบุรี
...
สำหรับสาเหตุที่ให้เร่งดำเนินการเนื่องจากพบว่า ปัจจุบันบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต ประสบปัญหาความแออัดและข้อจำกัดด้านศักยภาพการรองรับเรือ ซึ่งหากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมได้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ เบื้องต้นจะนำร่องพื้นที่สมุย โดยในส่วนของการลงทุน เป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาได้ภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าหลังจากศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 70และ เปิดให้บริการได้ภายในปี 75
นอกจากนั้นยังให้ กรมเจ้าท่า เร่งดำเนินการศึกษา สร้างท่าเรือขนถ่ายผู้โดยสารจากเรือสำราญเพื่อเข้ามายังฝั่ง (Tender Boat) ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งโครงการนี้จะเป็นรูปแบบการพัฒนาเชื่อมต่อกับเรือสำราญแบบจอดทอดสมอ มายังท่าเรือที่ฝั่ง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เบื้องต้นจะขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 จำนวน 25 ล้านบาท ในการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อรองรับแผนการขุดลอกร่องน้ำและก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก (Tender Boat) ซึ่งจะใช้รูปแบบนำเรือขนาดใหญ่จอดนอกชายฝั่ง และลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ฝั่ง เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองเก่าสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันเป็นมรดกโลก โดยโครงการลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในกรุงเทพมหานคร ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อยกระดับการสัญจรทางน้ำในเมือง ซึ่งมีแผนพัฒนาทั้งหมด 29 ท่า ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 16 ท่า และยังเหลืออีก 13 ท่าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งได้ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการครบทั้งหมดภายในปี 2570
...
ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือในภูมิภาค ได้มอบนโยบายให้รักษามาตรฐานการกำกับดูแล การออกใบอนุญาต และการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพท่าเรือเพื่อรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ศักยภาพอย่างภาคใต้และภาคตะวันออก
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงพื้นที่ที่มีการตื้นเขิน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก โดยให้วางแผนและเร่งรัดดำเนินการอย่างเป็นระบบ
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม