แรงงานไทยอ่วมหนัก ปี 2569 แบกหนี้ครัวเรือนพุ่งเฉียด 5 แสนบาท พบ 98% มีหนี้สินล้นตัวและไร้เงินออม เหตุค่าครองชีพพุ่งแต่รายได้ลด ส่งผลเม็ดเงินสะพัดช่วงวันแรงงานติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี ด้านเอกชนเร่งรัฐบาลต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว หวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤติ

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยปี 69 กรณีศึกษาผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท จากตัวอย่าง 1,250 รายทั่วประเทศ ว่า แรงงานมากถึง 98% มีหนี้สิน มีเพียง 2% ที่ไม่มีหนี้  คิดเป็นหนี้สินรวม 494,505 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น 14.4% จากการสำรวจวันแรงงานปี 68 ที่ 432,318 บาทต่อครัวเรือน โดยหนี้สินในปีนี้ เป็นหนี้ในระบบ 87% อัตราดอกเบี้ย 9.42% ต่อปี และนอกระบบ 13% ดอกเบี้ย 10.72% ต่อเดือน ผ่อนชำระเดือนละ 10,867 บาท ซึ่งแรงงาน 62% ชำระหนี้เต็มจำนวน, 33.7% แบ่งชำระ และ 4.3% ผ่อนผันการชำระ และจากการมีหนี้สินนี้เอง ทำให้ปัจจุบัน แรงงานมากถึง 86.7% ใช้จ่ายลดลงถึงลดลงมาก 

...

สาเหตุก่อหนี้ มาจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น รายได้ลดลง ภาระหนี้มากขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน แรงงานมากถึง 79.1% ไม่มีเงินออม มีเพียง 20.9% ที่มีเงินออม ส่งผลให้ต้องกู้ยืมมากขึ้น ทั้งจากในและนอกระบบ นอกจากนี้ แรงงานส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพเสริม และเมื่อถามถึงโอกาสตกงาน 23.2% บอกมีโอกาสปานกลาง ส่วนอีก 21.9% มีโอกาสมากถึงมากที่สุด, 24.9% ไม่มีโอกาสเลย และ 30% มีอาสน้อยถึงน้อยมาก 

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมากถึง 68% มองว่า ค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันเหมาะสมน้อยมาก เพราะรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ราคาสินค้าและค่าครองชีพสูง ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีภาระหนี้มาก โดยค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสม ควรอยู่ที่วันละ 495 บาท แต่หากนายจ้างไม่สามารถขึ้นค่าแรงได้ ก็คาดหวังให้เพิ่มค่าแรงให้เท่ากับค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ดอกเบี้ยเงินกู้ ราคาอาหาร ค่าช่าที่อยู่อาศัย ที่เพิ่มขึ้น

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า วันแรงงานปีนี้ คาดจะมูลค่าการใช้จ่าย 2,100 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนที่มีการใช้จ่าย 2,185 ล้านบาท เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี และเป็นอัตราขยายตัวต่ำสุดรอบ 5 ปีเช่นกัน นับจากปี 65 ที่ติดลบ 14.9% สะท้อนชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว เพราะการจับจ่ายของประชาชนลดลงต่อเนื่องจากช่วงสงกรานต์ 

“ยังไม่มีสัญญาณปลดคนงานจำนวนมาก ลดเงินเดือน แต่สิ่งที่เริ่มเห็นคือ โอกาสทำงานพิเศษลดลง ชั่วโมงทำงานและโอทีน้อยลง ทำให้แรงงานกังวลรายได้ในอนาคต สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอ แต่ยังไม่วิกฤติ” 

ส่วนนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี และตราด กำลังขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต การให้บริการ และศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งปัญหาการขาดแคลนแรงงานในไทย เป็นปัญหาเชิงระบบ ที่กระทบแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต การเกษตร การก่อสร้าง และภาคบริการ  

“คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอวาระเร่งด่วนให้ภาครัฐพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติ ซึ่งได้ทำหนังสือด่วนถึงรมว.แรงงานแล้ว หวังว่าจะมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานหายไปจากระบบในทันที”

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม