กระทรวงวัฒนธรรม เผยความสำเร็จงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ดึงนักท่องเที่ยวทะลุ 2.4 แสนคน สร้างรายได้หมุนเวียน 168 ล้าน พร้อมเดินหน้าดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน เครือข่ายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และประชาชน มีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 244 ปี และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของไทย เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325
...
สำหรับงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ที่จัดขึ้นใน 3 พื้นที่ 3 แห่ง 3 สไตล์ ได้แก่ 1.อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างพื้นที่ใหม่ของวัฒนธรรมให้รุ่นเก่าและรุ่นใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวเป็นรัตนโกสินทร์ที่มีชีวิต 2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เดินวัง ชมพิพิธภัณฑ์ ดูหนัง ดูโชว์ ช้อป ชิม ในบรรยากาศวังเรืองรอง ย้อนเวลาสัมผัสรัตนโกสินทร์ยุคต้น และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เดินชุมชนคลองสาน - กะดีจีน ยลวิถีรัตนโกสินทร์ สไตล์งานวัดเต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 22 - 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 248,000 คน แบ่งเป็นชาวไทยกว่า 240,000 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 7,400 คน สร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 168 ล้านบาท และสามารถสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 39 ล้านครั้ง นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรมในการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย
นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ไฮไลต์ที่ทำให้คนร่วมงานได้สัมผัสความเป็นไทยจาก 3 พื้นที่หลัก คือ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ที่ผสมผสานอดีตเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านนิทรรศการ Outdoor Multimedia และการใช้ AI สร้างสรรค์ภาพชุดไทยควบคู่ไปกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังและการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ไทย ต่อด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่เปิดประสบการณ์ “Night Museum” ให้ผู้คนได้เดินชมความงามของวังยามค่ำคืน เพลิดเพลินกับหนังกลางแปลงและการแสดงพื้นบ้านหาชมยาก และสุดท้ายคือ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่เน้นความงดงามของวิถีชุมชนคลองสาน-กะดีจีน ผ่านกิจกรรมไหว้พระรับพร การประกวดอาหารจากสามศาสนา และการแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความศรัทธาและความผูกพันของคนไทยได้อย่างลงตัว ร่วมสัมผัสคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด เกิดการมีส่วนร่วม เรียนรู้ และต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจ ส่งเสริมการสร้างรายได้และความยั่งยืนในมิติสังคมและเศรษฐกิจ
ภายในงาน อบอวลไปด้วยผู้คนสวมใส่ชุดไทย ชุดไทยประยุกต์ และผ้าไทยในสไตล์ที่สะท้อนตัวตนอย่างอิสระ สวยงามทั้งกายและใจเป็นจำนวนมาก นับเป็นการจัดงานที่ทำให้คนไทยหันมาแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของไทยได้เป็นอย่างดี ตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ร่วมผลักดันวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ขณะเดียวกัน “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” อยู่ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
...
...
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้เปิดพื้นที่รณรงค์แต่งชุดไทยทั้งประเทศ ตลอดเดือนเมษายน เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 2–8 เมษายน 2569 สัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย และวันที่ 13–15 เมษายน 2569 เทศกาลสงกรานต์และกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศอย่างยิ่งใหญ่
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม