กรมการค้าภายในสั่งการ กจร. ตรวจสอบห่วงโซ่รับซื้อปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ หลังเกษตรกรร้องเรียนปัญหาบิดเบือนกลไกตลาดจนราคาตกต่ำรายวัน มั่นใจนโยบายเพิ่มสัดส่วนผลิตน้ำมัน B7-B20 ช่วยดันราคาได้ ขณะที่ตัวแทนชาวสวนปาล์มเดินหน้ายื่นฟ้อง 5 หน่วยงานรัฐต่อศาลปกครอง ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนเกษตรกรได้รับความเสียหาย
พาณิชย์เร่งตรวจสอบกลไกตลาด ป้องทุบราคาปาล์มน้ำมัน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันและลานเทภาคใต้ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำว่า ทางกรมฯ ได้ประสานไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ในพื้นที่แหล่งผลิต ให้เร่งตรวจสอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเกิดการบิดเบือนกลไกราคาในช่วงใดหรือไม่ เนื่องจากปีนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลงจากปีก่อนมาก แต่ราคารับซื้อผลผลิตกลับตกต่ำลงเหลือเพียง 6.60 - 7.20 บาทต่อกิโลกรัม
ทางกรมฯ ขอความร่วมมือให้ผู้รับซื้อและโรงสกัดน้ำมันปาล์ม รับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม สอดคล้องกับคุณภาพและเปอร์เซ็นต์น้ำมันมาตรฐานที่ 18% โดยไม่ฉวยโอกาสกดราคาเกษตรกร
...
หวังนโยบายพลังงาน B7-B20 ช่วยพยุงราคา
อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุเพิ่มเติมว่า ภาครัฐกำลังเร่งบริหารจัดการสมดุลการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ให้ครอบคลุมทั้งภาคการบริโภค ภาคพลังงาน และการส่งออก โดยเฉพาะนโยบายการเพิ่มสัดส่วนการนำ CPO ไปผลิตเป็นน้ำมันดีเซล บี7 และ บี20 ซึ่งจะทำให้มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 70,000 ตัน เป็น 110,000 ตัน
พร้อมกันนี้ ได้ประสานกับกระทรวงพลังงานเพื่อขยายสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันทั้ง 2 ชนิด จากปัจจุบันที่มีประมาณ 100 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 200 แห่งภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยดึงราคาผลปาล์มให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ ส่วนกรณีมาตรการขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ยืนยันว่าไม่ใช่การปิดกั้น แต่เป็นเครื่องมือในการติดตามสถานการณ์เพื่อรักษาสมดุลการใช้ในประเทศ
เกษตรกรสุดทน ยื่นฟ้องศาลปกครอง 5 หน่วยงานรัฐ
ด้านนายเกรียงไกร นาคสุวรรณ เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.นครศรีธรรมราช สะท้อนปัญหาว่า ปัจจุบันราคารับซื้อผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องแบบรายวัน ครั้งละ 40-50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคา CPO ตลาดโลกและคุณภาพของผลปาล์ม โดยยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ราคา CPO อยู่ที่ 40.13 บาทต่อกิโลกรัม แต่ผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงถึง 22% กลับขายได้เพียง 6.60 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งที่ควรมีราคาไม่ต่ำกว่า 7.70 บาท
นอกจากนี้ เกษตรกรยังมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ผู้รับซื้อไม่ประเมินราคาน้ำมันในเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และกะลาปาล์มเหมือนในประเทศมาเลเซีย ทำให้สูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ ล่าสุด ตัวแทนเกษตรกรได้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน (รวมถึงกรมการค้าภายใน) ต่อศาลปกครอง ในข้อหาละเว้นการใช้อำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลการรับซื้อปาล์มให้เกิดความเป็นธรรม จนสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรอย่างหนัก.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม