กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เรียกหารือเอกชนวางมาตรการกำกับดูแลปริมาณและราคาเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มบรรจุภัณฑ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน สั่งผู้ประกอบการรายงานข้อมูลสต๊อกและราคาทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาด พร้อมยืนยันปริมาณสินค้ามีเพียงพอรองรับการใช้งานถึงเดือนกรกฎาคม 2569

พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก-ราคา หวั่นกระทบประชาชน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก (เมื่อ 20 เม.ย. 2569) ว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

...

แนวทางการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมายเพื่อใช้กำกับดูแล, การลดใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นในบรรจุภัณฑ์ และการผลักดันการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนผ่านการคัดแยกและรีไซเคิล นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการที่ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม

ล็อกเป้า 5 กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป้าหมาย

สำหรับการกำกับดูแลในระยะแรก ที่ประชุมได้กำหนดสินค้าเป้าหมาย 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นเบื้องต้นที่ครอบคลุมมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่

1. กล่องพลาสติก

2. ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น

3. ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป

4. ถุงขยะ

5. ถุงบรรจุสินค้าเกษตร (เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ)

สั่งเอกชนรายงานข้อมูล ป้องกันกักตุน-ฉวยโอกาส

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก รวมถึงผู้ประกอบการผลิตบรรจุภัณฑ์ เข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของกลุ่มสินค้าเป้าหมาย สถานการณ์ด้านปริมาณ ระดับราคา และรูปแบบการรายงานข้อมูล เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดหรือการกักตุนสินค้า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

ในด้านสถานการณ์สินค้า ภาคเอกชนยืนยันว่า ปัจจุบันปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และคาดว่าจะมีใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยถึงช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ด้านราคายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนตามสถานการณ์โลกและต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ

เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ผู้ประกอบการรายงานข้อมูล "เม็ดพลาสติก" ในกลุ่มเป้าหมายทุกวันพุธของสัปดาห์ ส่วนข้อมูล "การนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์" จะต้องรายงานทุก 15 วัน เพื่อให้กรมการค้าภายในประเมินต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในคาดว่าจะกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องรายงานข้อมูล ครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด โดยหลังจากนี้จะรวบรวมผลการหารือและข้อมูลชุดแรกเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม