ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ยอดเสียชีวิตสะสม 242 ราย เกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง พบ “ขับรถเร็ว” และ “รถจักรยานยนต์” ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด แม้ภาพรวมอุบัติเหตุจะลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังในทุกมิติ ด้านกระทรวงคมนาคมเร่งคุมเข้มความปลอดภัย พร้อมรับประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างไร้รอยต่อ
สรุปยอด 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ภาพรวมลดลงแต่ยังสูญเสีย
วันที่ 17 เม.ย. 2569 นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม แถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (ศปถ.) โดยสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” (วันที่ 10 - 16 เมษายน 2569) พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 1,242 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,200 คน และผู้เสียชีวิต 242 ราย
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดแพร่ มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดที่ 50 ราย ขณะที่ กรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดถึง 21 ราย อย่างไรก็ตาม ยังมี 10 จังหวัดที่สามารถรักษาสถิติ “ตายเป็นศูนย์” ได้แก่ นครพนม, บึงกาฬ, ปัตตานี, พังงา, ระยอง, สตูล, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน
...
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในภาพรวมถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถิติช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง โดยจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง 35.59% จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง 37.53% และผู้เสียชีวิตลดลง 9.70%
เปิดสถิติวันสุดท้าย "ขับเร็ว-มอเตอร์ไซค์" ครองแชมป์ปัจจัยเสี่ยง
สำหรับสถิติเฉพาะวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 123 คน และเสียชีวิต 17 ราย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นพฤติกรรมการขับขี่ ได้แก่
- ขับรถเร็วเกินกำหนด 40.65%
- ตัดหน้ากระชั้นชิด 25.20%
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ (64.55%) โดยลักษณะการเกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่บนเส้นทางตรง (87.80%) และมักเกิดบนถนนกรมทางหลวง (44.72%) ตามด้วยถนนใน อบต./หมู่บ้าน (27.64%) ช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือ 09.01 - 12.00 น. และ 15.01 - 18.00 น. นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มอายุ 20 - 29 ปี เป็นกลุ่มที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด (22.14%)
คมนาคมเข้มงวดกฎหมาย รับคนเดินทางกลับกรุง
นายผดุงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า แม้จะสิ้นสุดช่วง 7 วันอันตราย แต่ยังมีประชาชนและนักท่องเที่ยวบางส่วนตกค้างในพื้นที่ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ การตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ ตลอดจนการคุมเข้มรถสาธารณะและรถบรรทุก ทั้งเรื่องชั่วโมงการขับขี่ การจำกัดผู้โดยสาร และการตรวจหาสารเสพติด
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในช่วงการเดินทางขากลับ กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อป้องกันปัญหาผู้โดยสารตกค้าง ภายใต้แนวคิด “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” เพื่อให้ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสวัสดิภาพ
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม