ไทยช่วยไทย เฟส 2 เริ่มวันนี้ ขายสินค้าเฮาส์แบรนด์ ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมโปรโมชันส่งฟรีไม่เกิน 5 กิโลเมตร และคูปองส่วนลดพิเศษ 20-25% พร้อมเดินหน้าเฟส 3 เอาสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ผลิต SME 2 พันราย มาขายผ่านแพลตฟอร์ม หารือแพลตฟอร์มยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายให้ คาดเริ่มได้พ.ค.นี้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมได้จัดทำสินค้า “ไทยช่วยไทย” เฟส 2 โดยได้เพิ่มช่องทางขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และนำส่งโดยไรเดอร์ของแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่จาก Grab และ Lineman จากเดิมที่ประชาชนซื้อผ่านห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อได้ช่องทางเดียวเท่านั้น โดยกรมได้นำสินค้าไทยช่วยไทย ที่เป็นสินค้าเฮาส์แบรนด์จาก 3 ห้างดัง  ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus รวมถึงสินค้าแบรนด์รองของผู้ผลิต มาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok  ในราคาประหยัด อีกทั้งยังมอบคูปองส่วนลดให้ผู้ซื้ออีกโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20-25% และฟรีค่าขนส่งในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร (กม.) เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.นี้เป็นต้นไป โดยจะดำเนินการต่อเนื่องตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาล เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงวิกฤติราคาพลังงาน

...

สำหรับสินค้าเฮาส์แบรนด์ที่จะนำมาลดราคา จะเป็นสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ลดราคาเฉลี่ย 20 - 50% นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะเดินหน้าโครงการเฟส 3 โดยเตรียมผลักดันสินค้าอุปโภคบริโภค ของผู้ผลิตรายกลางและเล็ก (SMEs) ประมาณ 2,000 ราย เข้ามาขายในโครงการไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย ซึ่งต้องหารือกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายให้ SMEs ด้วย เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ คาดว่า จะเริ่มได้ประมาณเดือนพ.ค.นี้

“โครงการเฟส 3 อยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มในการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับ SMEs  โดยผู้ประกอบการแจ้งว่า แต่ละรายเก็บค่าธรรมเนียมใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า เช่น Grab และ Lineman เก็บไม่เกิน 30%, Shopee 10-11% และยังมีค่าธรรมเนียมซื้อขาย 3% ค่าโครงสร้างพื้นฐาน คำสั่งซื้อละ 1 บาท หรือไม่เกิน 15% ขณะที่ Lazada และ TikTok  เก็บที่ค่าธรรมเนียมการขาย 15-20% ส่วนการเจรจาจะเป็นอย่างไร น่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างนำปัญหาอุปสรรค ข้อดี-ข้อด้อย จากการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านทุกๆ ช่องทาง มาวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง และนำข้อเสนอแนะทั้งจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมจำหน่าย และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และนำไปต่อยอดการให้บริการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป 

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม