“สงกรานต์ไทย” ดันประเทศไทยขึ้นอันดับ 1 โลกเดือนเมษายน 2569 คาดเงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้านบาท รมว.วธ.ชวนเที่ยวต่อทั่วไทย พร้อมขอบคุณคนไทยทั้งประเทศร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับโลก–แบรนด์ระดับโลกหยิบ “ส้มตำ” ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่แฟชั่น

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “สงกรานต์ไทย” ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นประเพณีที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถสร้างประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และมิตรภาพให้กับผู้คนจากทั่วโลก

...

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “สงกรานต์ไทยไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่คือพื้นที่ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ของครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าสามารถยิ้มให้กัน แบ่งปันความสุข และสร้างความทรงจำร่วมกันได้อย่างงดงาม นี่คือเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยที่โลกสัมผัสได้จริง”

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยังกล่าวว่า ในปีนี้ได้เห็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนการเติบโตของทุนทางวัฒนธรรมของไทยในระดับโลกอย่างชัดเจน โดย Nike แบรนด์กีฬาระดับโลก ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นพิเศษ Nike Dunk Low “Som Tum” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารไทยอย่าง “ส้มตำ” ถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่ผสมผสานอัตลักษณ์ไทยอย่างสร้างสรรค์

รองเท้าดังกล่าวมีการใช้โทนสีส้ม เขียว และขาว สื่อถึงมะละกอและพริกขี้หนู พร้อมรายละเอียดที่สะท้อนวิถีชีวิตไทย เช่น ลวดลาย “ครก-สาก” วัสดุถักทอคล้ายกระติ๊บข้าว รวมถึงลายปักภาษาไทยคำว่า “ไนกี้” และกราฟิกถุงข้าวหอมมะลิ ซึ่งถือเป็นการนำวัฒนธรรมไทยเข้าสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกอย่างโดดเด่น

“ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับสากล และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติใหม่ ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมแฟชั่น” รัฐมนตรีฯ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จของสงกรานต์ในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจาก ‘คนไทยทั้งประเทศ’ ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ร่วมกันแสดงออกถึงน้ำใจไมตรี ความเอื้อเฟื้อ และรอยยิ้มแบบไทย รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’ ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติได้อย่างงดงาม สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สงกรานต์ไทยไม่ใช่เพียงเทศกาล แต่เป็นประสบการณ์ที่ตราตรึงใจผู้คนทั่วโลก”

...


รัฐมนตรีฯ กล่าวด้วยว่า แม้ช่วงวันหยุดหลักของเทศกาลสงกรานต์จะผ่านไปแล้ว แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงจัดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดน่าน ซึ่งยังคงมีกิจกรรมทั้งในรูปแบบประเพณีดั้งเดิมและกิจกรรมสร้างสรรค์รองรับนักท่องเที่ยว

...

ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมมีแนวทางยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพสูง จำนวน 18 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้งเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัย ประกอบด้วย 5 เมืองอัตลักษณ์ (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช) 13 เมืองน่าเที่ยว (จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดน่าน จังหวัดหนองคาย จังหวัดเชียงราย จังหวัดพัทลุง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดลพบุรี จังหวัดสงขลา และจังหวัดกาญจนบุรี) และ 5 พื้นที่หลักในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเดอะพรอมานาด เทอมินอล 21 พระราม 3 เทอมินอล 21 อโศก เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และถนนข้าวสาร รวมถึงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และ 50 วัด 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม