พิษสงครามตะวันออกกลางทำวุ่น คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน (กบน.) ประกาศปรับราคาน้ำมันกลางดึกคืนวันที่ 25 มี.ค. ขึ้นรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ทางมติ ครม.นัดพิเศษคลอด 7 มาตรการด่วนช่วยประชาชนจากผลกระทบน้ำมันแพง “พิพัฒน์” เปิดมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งแบบพุ่งเป้า สนับสนุนต้นทุนค่าน้ำมันสูงสุดถึง 6 บาทต่อลิตร รถกลุ่ม Rider กว่า 1.1 แสนคัน รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อเดือน เริ่ม 1 – 30 เม.ย.นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการ มาตรการช่วยเหลือผลกระทบด้านราคาน้ำมันในส่วนของภาคขนส่ง ซึ่งจะดำเนินการช่วยเหลือพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มเปราะบางต่อราคาสินค้าและการเดินทางของประชาชนว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือโดยเป็นการสนับสนุนเท่าที่ดำเนินการจริงจากระบบ GPS และระบบติดตามการทำงานจริง ระหว่างวันที่ 1 – 30 เม.ย.2569 โดยจะบางมาตรการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) หรือกลุ่มรถบรรทุกขนส่งสินค้า ซึ่งมีจำนวน 287,175 คัน
ข้อมูลจาก GPS ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พบว่ามีเที่ยววิ่งเฉลี่ย 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน อัตราสิ้นเหลืองเฉลี่ย 4 กิโลเมตรต่อลิตร ประมาณปริมาณการใช้น้ำมันรวม 7.8 ล้านลิตรต่อวัน โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมันในราคา 6 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ กระทรวงฯ มีเป้าหมายสนับสนุนค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้าที่จะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
กลุ่มรถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์ โดยมีการสนับสนุนแยกประเภท ดังนี้
- รถโดยสารหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 4 บาทต่อลิตร
- รถโดยสารหมวด 4 (เช่น รถตู้) จำนวน 19,414 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อวัน
- รถกลุ่ม Rider จำนวน 114,653 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อเดือน
...
อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ มีเป้าหมายสนับสนุนค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้ เพื่อตรึงราคาค่าโดยสารและจูงใจการใช้รถโดยสารสาธารณะ ลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า หลักการคือรัฐบาลจะจ่ายตามการวิ่งจริงโดยจะมีการตรวจจับ (Tracking) จากระบบติดตามของ ขบ.ที่มีอยู่แล้ว จะไม่ใช่การเหมาจ่าย ส่วนผู้ประกอบการกลุ่มใดที่ยังไม่มี GPS ก็จะมีการนำระบบ QR Code ไปแปะที่รถเพื่อทำการแท็กข้อมูลแทน เพื่อตรวจจับการให้บริการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ในส่วนของระบบขนส่งมวลชน เช่น บขส. หรือรถร่วม บขส. ที่วิ่งข้ามภาคและระหว่างจังหวัด กระทรวงฯ ขอยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นค่าโดยสารเด็ดขาดในช่วงสงกรานต์นี้ โดยยังคงให้ใช้อัตราค่าโดยสารภายใต้ฐานต้นทุนราคาน้ำมันที่ 33 บาท ส่วนต่างราคาน้ำมันนอกเหนือจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยชดเชยให้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนจะได้ใช้บริการในราคาเดิม ไม่เกิดผลกระทบในการเดินทาง
นอกจากนี้ยังปลดล็อกน้ำมันสำรองและหนุนดีเซล B20 เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน กระทรวงฯ ได้ประสานงานเพื่อปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย ทำให้มีน้ำมันหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น และเตรียมเปิดตัว น้ำมันดีเซล B20 ราคาพิเศษ สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ
“นี่คือการประกาศครั้งแรก ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ ส่วนกลุ่มรถบัสไม่ประจำทางหรือรถบัสนักท่องเที่ยวนั้น ตอนนี้เรากำลังประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อหาตัวเลขที่สมดุลและคิดสูตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป”
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดตั้ง วอร์รูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบต่อค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม