สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยยอดส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัว 9.9% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 กวาดเม็ดเงินกว่า 9.1 แสนล้านบาท รับแรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 2 เดือนแรกของปีขาดดุลการค้าสะสมกว่า 2 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปี พร้อมจับตาแนวโน้มเดือนมีนาคมส่อแววชะลอตัวจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือนก.พ.69 การส่งออก 29,439.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบเดือนก.พ.68 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 คิดเป็นเงินบาท 912,567 ล้านบาท ส่วนการนำเข้า 32,273.3 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 31.8% คิดเป็นเงินบาท 1.013 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเครื่องจักร เพราะมีการลงทุนเพิ่มและลงทุนใหม่ในไทย รวมถึงวัตถุดิบผลิตสินค้า และทองคำ ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,833.6 ล้านเหรียญฯ หรือ 101,166 ล้านบาท

...

ขณะที่ช่วง 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ปี 69 การส่งออก 61,012.7 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 68 คิดเป็นเงินบาท 1.893 ล้านล้านบาท การนำเข้า 67,149.8 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 30.5% คิดเป็นเงินบาท 2.111 ล้านล้านบาท ขาดดุลการค้า 6,137.1 ล้านเหรียญฯ หรือ 217,866 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 13 ปี “ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก มาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับ การเติบโตต่อเนื่องของภาคการผลิตอุตสาหกรรมของโลก และการขยายตัวของสินค้าเกษตรศักยภาพจากความต้องการเฉพาะกลุ่ม และปัจจัยฤดูกาล”

ทั้งนี้ ส่งผลให้สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 13.3% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น 

ส่วนช่วง 2 เดือน เพิ่ม 21.3% ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 5.7% จากการลดลงของ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ขณะที่ 2 เดือน ลด 3.8% ด้านตลาดส่งออก ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสำคัญ 

สำหรับแนวโน้มการส่งออกเดือน มี.ค.69 คาดว่า จะเริ่มชะลอตัวลง จากปัญหาค่าระวางเรือ ค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่อาจจะเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ส่งออก ต้องเร่งส่งออก เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน โดยมีระยะเวลาใช้อัตรา 10% ในช่วง 150 วัน สำหรับการนำเข้า อาจจะชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน เพราะน้ำมันและวัตถุดิบบางอย่างเริ่มขาดแคลน เพราะผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง 

“กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์การส่งออกอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อนำมาทบทวนเป้าหมายการส่งออกของปี 69 อีกครั้งในช่วงเดือน เม.ย.69 หลังจากได้ตัวเลขส่งออกไตรมาส 1 แล้ว แต่ขณะนี้ ยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกทั้งปี ที่ 3 สมมติฐาน คือ ดีที่สุด บวก 1% มีค่าเฉลี่ยมูลค่าส่งออกต่อเดือนที่ 28,235.8 ล้านเหรียญฯ, กลางๆ ติดลบ 1% มีค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 27,522.6 ล้านเหรียญฯ และต่ำสุด ลบ 3% มีค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 26,800 ล้านเหรียญฯ”

นางนันท์นัดดา ภัททิยกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมได้ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกกับภาคเอกชนอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่า ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือที่แพงขึ้น ขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว โดยขอให้ทูตพาณิชย์ในประเทศต่างๆ ช่วยหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบใหม่ๆ และประสานกับสถาบันการเงิน เช่น EXIM Bank เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับผู้ส่งออก.

...

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม