กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยกระดับมาตรการปราบปรามธุรกิจ "นอมินี" ทุนต่างชาติ ดีเดย์ 1 เมษายนนี้ งัดกฎเหล็กบังคับผู้จดทะเบียนบริษัทต้องเซ็นหนังสือยืนยันการร่วมลงทุนจริง พร้อมส่งรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบ เตือนหากพบให้ข้อมูลเท็จมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี สั่งจับตาพิเศษ 5 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้ออกมาตรการใหม่ยกระดับการป้องกันปัญหานอมินี (คนไทยให้การสนับสนุนคนต่างชาติ เพื่อให้ประกอบธุรกิจต้องห้าม หรือธุรกิจที่ต้องขออนุญาตโดยไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542) ซึ่งกำหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการที่ลงลายมือชื่อขอจดทะเบียนนิติบุคคล ต้องมีหนังสือยืนยันว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นของบริษัททุกคน ได้ร่วมลงทุนและชำระค่าลงทุนจริง รวมทั้งไม่ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1เม.ย.69 เป็นต้นไป 

ปิดช่องโหว่ แจ้งข้อมูลเท็จโทษคุกสูงสุด 3 ปี

“สาเหตุที่ต้องออกมาตรการเพิ่ม แม้ก่อนหน้านี้ กรมได้ออกคำสั่ง กำหนดให้การขอจดทะเบียนตั้งนิติบุคคล ที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50% หรือมีชาวต่างชาติร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินีนั้น ต้องส่งหลักฐานทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทย เพื่อตรวจสอบว่าร่วมการลงทุนจริงหรือไม่ ทำให้การขอจดทะเบียนที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีลดลงมากถึง 65% แต่ก็ยังตรวจพบว่า ยังมีการหลีกเลี่ยงมาตรการดังกล่าว จึงได้ออกคำสั่งเพิ่มเติม”

...

สำหรับคำสั่งใหม่ ที่ให้ผู้ขอจดทะเบียนต้องยืนยันข้อมูลการร่วมลงทุนนั้น กรมจะส่งรายชื่อบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมเสี่ยงให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจสอบต่อด้วยทุกราย และขอเตือนว่าการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และ 267 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณี

จับตา 5 จังหวัดท่องเที่ยว สุ่มเสี่ยงตั้งบริษัทเก๊

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่า ก่อนที่คำสั่งฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ หากตรวจพบการจดทะเบียนธุรกิจที่ผิดปกติ และมีความเป็นไปได้ที่จะเร่งดำเนินการ เพื่อหลบเลี่ยงผลของมาตรการตามคำสั่งใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ที่มีความสุ่มเสี่ยงและมักพบนอมินีจำนวนมากนั้น กรมจะตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเป็นรายๆ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกราย.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม