ประชาชนไทยเตรียมรับมือค่าครองชีพขยับ หลัง 5 บริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ส่งสัญญาณเตรียมปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเดือนเมษายน 2569 นี้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เร่งดึง 9 บิ๊กผู้ผลิตร่วมตรึงราคาบรรเทาทุกข์ ท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่พุ่งต่อเนื่องจากพิษสงครามในตะวันออกกลาง
6 กลุ่มสินค้าเฝ้าระวัง จ่อปรับขึ้นราคาหลังสงกรานต์
จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีสินค้าอย่างน้อย 6 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้พลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์และสินค้าที่ต้องใช้พลังงานในการขนส่งสูง ได้แก่
1. เครื่องดื่มและนม : ต้นทุนขวดพลาสติกขยับตามราคาน้ำมันดิบ
2. น้ำมันพืช : กระทบทั้งต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
3. วัสดุก่อสร้าง : ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น และท่อพีวีซี มีต้นทุนค่าขนส่งที่ชัดเจน
4. กลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : มีรายงานการปรับขึ้นราคาขายส่งตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
5. สินค้าที่ใช้สารทำละลาย (Solvent) : เช่น สีทาบ้าน และเคมีภัณฑ์ เนื่องจากข้อจำกัดในการนำเข้า
6. กระดาษชำระและผงซักฟอก : อยู่ในกลุ่มสินค้าจำเป็นที่รัฐกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด
พลังงานพ่นพิษ น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) แตะระดับ 112.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ 21 มี.ค. 2569) ส่งผลให้ต้นทุน Logistic ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น
- ค่าไฟฟ้า : สำหรับงวด พ.ค.-ส.ค. 2569 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคา LNG ที่พุ่งไปแตะ 25 เหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กกพ. และรัฐบาลพยายาม ตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยอาจนำเงินคืนจาก 3 การไฟฟ้า (Claw Back) จำนวน 9,400 ล้านบาท มาช่วยพยุงราคาไว้ก่อน
...
5 บริษัท ส่งสัญญาณปรับราคาสินค้า 2569
กลุ่มบริษัทเหล่านี้ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังคู่ค้าและร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ถึงความจำเป็นในการวางแผนสต็อกสินค้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งพุ่งสูงขึ้น
1. เครือสหพัฒน์ (บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด มหาชน) : ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "มาม่า" และสินค้าอุปโภคบริโภคหลายร้อยรายการ
2. เนสท์เล่ (Nestlé) : ระบุว่าได้รับผลกระทบหนักในส่วนของ "บรรจุภัณฑ์พลาสติก" และฟิล์มพลาสติกที่ใช้ห่อหุ้มสินค้า
3. ยูนิลีเวอร์ (Unilever) : ผู้ผลิตสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันรายใหญ่ (ผงซักฟอก, สบู่, แชมพู)
4. เอฟแอนด์เอ็น (F&N) : ผู้ผลิตนมข้นหวาน นม UHT และนมพาสเจอร์ไรส์ ระบุว่าพยายามตรึงราคาอย่างเต็มที่แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจต้องปรับขึ้นในอนาคต
5. บีเจซี (BJC - เบอร์ลี่ ยุคเกอร์) : ผู้ผลิตสินค้ากลุ่มกระดาษทิชชู บรรจุภัณฑ์แก้ว และสินค้าอุปโภคอื่นๆ
นอกจาก 5 รายใหญ่ข้างต้น ยังมีบริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง TOA (ทีโอเอ) ที่แจ้งสถานการณ์ขนส่งล่าช้าและต้นทุนปิโตรเคมีที่ขยับตัวสูงขึ้นด้วย
มาตรการการดูแลจากภาครัฐ "ตรึงราคา" และควบคุมต้นทุน
- ผนึกกำลัง 9 บิ๊กผู้ผลิต : กรมการค้าภายในหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ (เช่น สหพัฒน์, ยูนิลีเวอร์, เนสท์เล่ ฯลฯ) เพื่อยืนยันสต็อกสินค้าให้เพียงพอ และ ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 เป็นอย่างน้อย
- คุมเข้มสินค้าควบคุม 59 รายการ : ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าจำเป็น (ข้าวสาร, เนื้อสัตว์, ไข่ไก่, น้ำมันพืช) อย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร
- บริหารจัดการซัพพลายเชน : รัฐเร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสำรอง (เช่น เม็ดพลาสติก, สารทำละลาย) เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูงจากวิกฤตพลังงานโลก
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าโดยพลการ หรือพฤติกรรมเอาเปรียบ สามารถแจ้งได้ที่ :
- สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 (มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและลงพื้นที่ตรวจสอบภายใน 24-48 ชั่วโมง)
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทั่วประเทศ
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม