กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนธิกำลังหน่วยงานพันธมิตรบุกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ปูพรมตรวจเข้มธุรกิจ "นอมินี" ท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ พบพิรุธหนักคนไทยคนเดียวถือหุ้นแทนต่างชาติกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 บริษัทนำเที่ยวทันที พร้อมขู่โทษหนักคุก 3 ปี ปรับ 1 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18-20 มี.ค.69 ทีมปราบนอมินีของกรม และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ร่วมกันลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่ต้องสงสัยเป็นนอมินี หรือคนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือถือหุ้นแทน เพื่อให้คนต่างชาติทำธุรกิจในไทย ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

...

ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ที่ใช้ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวจดทะเบียนหลายบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้นคนไทยคนเดียวมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทมากกว่า 100 บริษัท ซึ่งต้องลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้ คาดว่ามีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้ามหรือต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยกรมได้ให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงด่วน หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบนิติบุคคล ซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมนอมินี เบื้องต้นพบว่า มีนิติบุคคล 4 ราย ที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ทำให้สัดส่วนของกรรมการ ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไว้ ณ สถานประกอบการ โดยนิติบุคคล 4 ราย คือ บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด, บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด และบริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด 

ขณะที่การตรวจสอบธุรกิจต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ทั้งที่เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการนั้น กรมจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายจริง จะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด รวมทั้งยังได้ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งพบว่า จังหวัดชลบุรี มีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจต้องห้าม 146 ราย 

“กรมมุ่งป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เพราะบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ขอเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะจะมีความผิดเช่นเดียวกับคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย คือ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม