รฟท. ขอฟังคำพิพากษาศาลฯ "คดีเขากระโดง" ก่อน ใช้เป็นแนวทางดำเนินการต่อ ย้ำไม่ได้หยุดฟ้องรายแปลง ยังอยู่ในขั้นเตรียมการทางกฎหมายแปลงที่เหลือ
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ยังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1.รฟท.ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด หลังศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องใน 2 ประเด็น ได้แก่ ขอให้ศาลฯ สั่งให้กรมที่ดิน และอธิบดีกรมที่ดิน ร่วมกันเพิกถอนโฉนดที่ดินทับซ้อนทั้ง 995 ฉบับ และขอให้ศาลฯ สั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ตามแผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟ นอกเหนือจากโฉนดที่ดิน 995 ฉบับ
และ 2. รฟท. ยื่นฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เพิกถอน หรือฟ้องขับไล่ ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นรายแปลง
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. คงต้องรอคำพิพากษาของทั้ง 2 ส่วนให้มีความชัดเจนก่อน จากนั้นจึงกำหนดแนวทางในการดำเนินการต่อไป ซึ่งในส่วนของการฟ้องรายแปลง ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ครบทั้ง 995 แปลง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสืบพยาน และยังไม่มีคำพิพากษาออกมา เวลานี้จะยังไม่มีการฟ้องรายแปลงเพิ่มเติม รฟท. จะรอกระบวนการของศาลฯ ให้เรียบร้อยก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยุติการสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง จะมีผลกระทบต่อการดำเนินการของ รฟท. หรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะ รฟท. ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว และทั้ง 2 สำนวนยังอยู่ที่ศาลฯ ซึ่งต้องรอให้ศาลฯ มีคำพิพากษาต่อไป อย่างไรก็ตามการที่ รฟท. รอคำพิพากษา ไม่ได้หมายความว่า รฟท. จะหยุดฟ้องร้องรายแปลง แต่ที่ต้องรอ เพราะ รฟท. จะประเมินผลจากคำพิพากษาของศาลฯ ก่อน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการกับแปลงที่เหลือต่อไป
...
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการฟ้องรายแปลงเพิ่มเติม แต่ในทางปฏิบัติ รฟท. ยังคงอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการทางกฎหมายกับแปลงที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบเอกสารสิทธิ การรวบรวมพยานหลักฐาน และการประเมินข้อกฎหมายต่างๆ เพียงแต่ยังไม่ได้ยื่นฟ้องศาลฯ จนกว่าจะมีความชัดเจนจากคำพิพากษาในคดีที่ฟ้องร้องไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม