“กพท” ระบุสงครามตะวันออกกลางกระทบเที่ยวบินบางโซน แต่ทำราคาน้ำมันเครื่องบินผันผวนหนัก หวั่นยืดเยื้อเล็งนัดถกสายการบินเริ่มจัดหาแหล่งน้ำมันใหม่ พร้อมวางแผนเจรจา คลัง - ทอท. ลดต้นทุนภาษีสรรพสามิตและค่าบริการสนามบิน

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมการบินไทยว่า ขณะนี้ภาคการบินต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบินและจำนวนเที่ยวบินในบางเส้นทางอย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการและประเมินแนวโน้มการเติบโตใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

...

ทั้งนี้จากผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้เที่ยวบินในบางโซน โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าว มีจำนวนลดลง เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและการปิดหรือจำกัดการใช้ห้วงอากาศของบางประเทศ ทำให้สายการบินต้องปรับแผนการบินและลดเที่ยวบินในบางเส้นทาง ส่งผลให้ต้องมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ หรือเพิ่มเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการดึงดูดผู้โดยสารให้เข้ามาใช้บริการในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อชดเชยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคาค่าโดยสารเที่ยวบินนั้น ยืนยันว่า ปัจจุบันค่าโดยสารยังคงอยู่ภายใต้เพดานราคาที่กฎหมายกำหนด และผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารไว้แล้วแต่ไม่สามารถเดินทางได้จากเหตุการณ์ความไม่สงบ สายการบินจะต้องดูแลผู้โดยสารตามระเบียบ เช่น การจัดหาที่พักหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ออกประกาศ กพท.101 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้สายการบินต้องดูแลผู้โดยสารในกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือไม่สามารถเดินทางได้ และปัจจุบันกฎดังกล่าวครอบคลุมทั้งสายการบินไทยและสายการบินต่างชาติที่ให้บริการในประเทศไทย โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเงินชดเชย แต่ต้องการเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่มีใครต้องการติดค้างอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน

พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า แม้จะมีปัจจัยลบจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ตารางการบินภาคฤดูร้อน (Summer Slot) ยังมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 5-8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะตลาดจีนและอินเดียที่เริ่มกลับมาอย่างคึกคัก ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความหนาแน่นเกือบตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีช่วงที่เป็น Non-peak เนื่องจากประเทศไทยถูกมองว่าเป็น พื้นที่ปลอดภัย เมื่อเทียบกับพื้นที่ขัดแย้งอื่นๆ ทำให้นักท่องเที่ยวยังคงเลือกเดินทางมาไทยอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเส้นทางบินบางส่วน เช่น เส้นทางที่ใช้ภูมิภาคดังกล่าวเป็นจุดแวะเติมน้ำมันก่อนเดินทางต่อไปยุโรป แต่ผลกระทบต่อประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในระดับจำกัด และระบบการบินของไทยยังสามารถรองรับการเติบโตของการเดินทางระหว่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลกระทบด้านต้นทุนน้ำมันอากาศยาน ยอมรับว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยในช่วงแรกของความขัดแย้งราคาดีดตัวขึ้นเกือบ 3 เท่า จากประมาณ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นถึงกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม กพท. ได้พยายามกำกับดูแลไม่ให้ผู้ซัพพลายน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาจากสต็อกเดิมที่มีอยู่ พร้อมเตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือขอความร่วมมือจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ในการลดค่าธรรมเนียมสนามบิน เพื่อช่วยพยุงราคาตั๋วโดยสารไม่ให้พุ่งสูงเกินไปจนกระทบต่อประชาชน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ซึ่งตนยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสงครามจะยุติลงเมื่อใด เนื่องจากสถานการณ์สงครามเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก แม้ตนจะเคยเป็นทหารมาก่อนก็ไม่สามารถระบุระยะเวลาได้


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม