“พิพัฒน์” ประกาศเปลี่ยนผ่านระบบตั๋วรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน–สีม่วง ยกเลิกบัตรเติมเงินและเหรียญโดยสาร เดินหน้าสู่มาตรฐาน EMV และ QR Code เปิดคืนเงินคงเหลือไม่มีค่าธรรมเนียม หนุนใช้ตั๋วร่วม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตร MRT และ MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงทุกสถานี โดยวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้ หลังจากนั้นผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้งานบัตรประเภทดังกล่าวได้อีก

ทั้งนี้ บริษัท BEM จะอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่มีมูลค่าเงินคงเหลือในบัตร สามารถขอคืนเงิน (Refund) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่ระบบ EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และหากผู้โดยสารไม่ประสงค์เปลี่ยนบัตร สามารถขอคืนเงินสดได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนเปลี่ยนผ่านระบบตั๋วโดยสาร (Ticketing System Transition) ซึ่งมุ่งย้ายฐานข้อมูลผู้ใช้งานจากระบบบัตรเติมเงินแบบเดิม ไปสู่มาตรฐานสากล EMV และ QR Code เพื่อสร้างมาตรฐานกลางด้านการเดินทาง และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการให้สอดคล้องกับแนวทางของหลายประเทศชั้นนำ

...

 อย่างไรก็ตามในระยะเปลี่ยนผ่าน บัตร MRT และ MRT Plus จะถูกยกเลิกการใช้งานอย่างเป็นทางการ ขณะที่ระบบเหรียญโดยสาร (Token) สำหรับตั๋วเที่ยวเดียวจะทยอยยกเลิกภายในสิ้นปี 2569 และปรับเปลี่ยนเป็นระบบ QR Code ทั้งหมด ผู้โดยสารที่มีสมาร์ทโฟนสามารถซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและสแกนเข้าสู่ระบบได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถซื้อบัตรโดยสารที่ตู้จำหน่าย โดยตู้จะพิมพ์รหัส QR ลงบนกระดาษเพื่อใช้สแกนเข้า–ออกประตูอัตโนมัติ

สำหรับเป้าหมายสำคัญของการยกเลิกเหรียญโดยสาร คือการลดภาระต้นทุนการบริหารจัดการเงินสดและเหรียญ เพิ่มความรวดเร็วในการผ่านประตู และลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน จากข้อมูลสถิติผู้โดยสารปัจจุบัน พบว่ากลุ่มผู้ใช้บัตรโดยสารคิดเป็นสัดส่วน 60% แบ่งเป็นผู้ใช้บัตร EMV ประมาณ 30% และผู้ใช้บัตร MRT Plus อีก 30% ขณะที่ผู้ใช้ตั๋วเที่ยวเดียวมีสัดส่วน 40% ซึ่งยังคงใช้เหรียญโดยสารเป็นหลัก การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องการเติมเงินล่วงหน้า ให้เข้าสู่ระบบ EMV มากขึ้น

สำหรับการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันหัวอ่านประตูอัตโนมัติของสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงรองรับระบบ EMV อยู่แล้ว แต่จะมีการอัปเกรดซอฟต์แวร์เพิ่มเติม ขณะที่หัวอ่าน QR Code จะติดตั้งให้ครบทุกช่องทางภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรองรับการยกเลิกเหรียญโดยสารอย่างสมบูรณ์

นอกจากกนี้ ระบบ EMV หากผู้โดยสารที่มีวงเงินไม่เพียงพอสามารถเดินทางได้ 1 เที่ยวต่อวัน ระบบจะตัดยอดค้างชำระและเรียกเก็บภายหลังในรอบสรุปยอดเที่ยงคืน หากผู้โดยสารไม่เติมเงินภายในวันถัดไป จะไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะชำระยอดค้าง

...

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ปัจจุบันรองรับ EMV เพียงบางช่องทาง การขยายให้รองรับครบทุกช่องทางเช่นเดียวกับสายสีน้ำเงินและสีม่วง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงฮาร์ดแวร์และแนวนโยบายตั๋วร่วมในระยะถัดไป ยืนยันว่า การเปลี่ยนผ่านระบบตั๋วโดยสารครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งมวลชนของประเทศให้เข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุนระยะยาว และสร้างระบบตั๋วร่วมที่มีประสิทธิภาพ รองรับการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตอย่างยั่งยืน


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม