การบินไทยคัมแบ็กอย่างยิ่งใหญ่ เปิดผลประกอบการปี 68 กำไรพุ่งทะลุ 3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ออกแบบสายการบินมา พร้อมเซอร์ไพรส์จ่ายปันผลรอบ 14 ปี ที่ 21 สตางค์/หุ้น พร้อมเดินหน้ารับเครื่องบินเข้าฝูงอีก 28 ลำในปี 69 หวังเสริมเครือข่าย บินเสริมจุดแข็งสร้างรายได้ทั่วโลก ก่อนรับเครื่องใหม่กิ๊กอีก 45 ลำ ในปี 71 ส่วนการลงทุน MRO บินไทยยันพร้อมลงทุนทันที หากได้ข้อสรุปเรื่องที่ดินก่อสร้างกับ UTA เรื่องที่ดินก่อสร้าง พรุ่งนี้
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 68 ว่า การบินไทยมีผลการดำเนินงาน ในปี 68 รวมกว่า 190,277 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิกว่า 30,940 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เปิดสายการบินมา ทำให้ในปีนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นจำนวน 21 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินปันผลในรอบ 14 ปี นอกจากนั้นตั้งเป้าหมายว่าในปี 69 จะมีรายได้กว่า 200,000 ล้านบาท เติบโตรวม 5% และจะสามารถขนส่งปริมาณผู้โดยสารได้กว่า 20 ล้านคนต่อปี
...
ส่วนแผนการจัดหาเครื่องบินเพื่อเพิ่มศักยภาพฝูงบินนั้น ในปี 69 การบินไทยจะรับมอบเครื่องบินรวม 28 ลำ แบ่งเป็น เครื่องบินลำตัวกว้าง B 787-9 จำนวน 4 ลำ, B 787-8 จำนวน 10 ลำ ส่วนเครื่องบินลำตัวแคบ A321neo จำนวน 14 ลำ เพื่อมาเสริมการบินให้ครอบคลุมและเพิ่มความถี่ในเส้นทางบินที่บินอยู่ให้มากขึ้น ซึ่งการรับมอบเครื่องบินเข้าฝูงจะทำให้มีเครื่องบินรวมจาก 80 ลำ เป็น 102 ลำ แต่จะสามารถมาทำการบินได้จริงเพียง 99 ลำภายในปี 69 ซึ่งกลยุทธ์การตลาดจะเน้นสร้างเครือข่ายการบิน และเพิ่มความถี่ในเมืองที่เคยบิน และคนนิยมเดินทาง เช่น ในไตรมาส 2 เพิ่มความถี่ ฉงชิ่ง, เซี่ยเหมิน, ปักกิ่ง ส่วนไตรมาส 3 ทำการบินในเมืองอัมสเตอร์ดัม, กว่างโจว, กัวลาลัมเปอร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันจะเน้นเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่ไป จีน จาก 47 เที่ยวบินเป็น 80 เที่ยวบิน และ อินเดีย จาก 70 เที่ยวบิน เป็น 90 เที่ยวบิน
นายชาย ยังได้เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่าอากาศยานอู่ตะเภา มูลค่าลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ได้ยื่นข้อเสนอขอปรับเปลี่ยนพื้นที่เดิมที่ได้ทำการศึกษาไว้ ตั้งอยู่เขตนอกการบิน (Landside) บริเวณติดกับท่าอากาศยานอู่ตะเภา ขนาดพื้นที่ 210 ไร่ เสนอย้ายไปพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นเขตการบิน (Airside) บริเวณกึ่งกลางทางวิ่ง (Runway) ขนาดพื้นที่ประมาณ 240 ไร่ โดย UTA ให้เหตุผลว่า จะนำพื้นที่เดิมไปทำเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Area)
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารการบินไทย ยืนยันชัดเจนว่า MRO ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ เนื่องจากพื้นที่ใหม่อยู่ในเขตการบิน จะทำให้มีปัญหาด้านเทคนิค (Technical Operation) อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ. 2569) การบินไทยจะหารือร่วมกับ UTA อีกครั้ง ตามที่บอร์ดการบินไทยได้มีข้อสั่งการให้ไปดำเนินการหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว พร้อมแจ้ง UTA ยืนยันการไม่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ MRO ได้ ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดการบินไทยรับทราบผลการหารือ จากนั้นจะลงนามเช่าที่ดินกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) คาดว่า จะลงนามภายใน มี.ค. 2569 ก่อนเริ่มกระบวนการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ระยะเวลาประมาณ 7-8 เดือน เริ่มก่อสร้างภายในปี 2570 และเปิดให้บริการภายในปี 2573
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม